ปุ๋ยเคมี (32)
 โรคพืช (43)
 สารกำจัดแมลง (42)
 วัชพืช (36)
 สารบำรุงพืช (20)
 สารชีวภัณฑ์ (9)
 เมล็ดพันธุ์ผัก (236)
 เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ (54)
 อุปกรณ์การเกษตร (0)


 ไร (2)
 แมลง (13)
 หนอน-ศัตรูพืช (20)
 มอด (0)
 เพลี้ย (19)
 วัชพืช (33)
 เชื้อราพืช (45)
 หอยเชอรี่ (2)
 ไวรัสพืช (0)
 แบคทีเรียในพืช (3)
 ด้วง (1)


 กระเจี๊ยบเขียว (6)
 กระเจี๊ยบ (3)
 กระชาย (1)
 กระเทียม (7)
 กระหล่ำปลี (19)
 กระหล่ำ (10)
 กล้วยไม้ (34)
 กล้วย (4)
 กวางตุ้ง (13)
 กะหล่ำดอก (7)
 กาแฟ (9)
 กุหลาบ (37)
 แก้วมังกร (1)
 โกสน (23)
 ขนุน (17)
 ข้าวโพดหวาน (3)
 ข้าวโพด (15)
 ข้าวฟ่าง (2)
 ข้าว (48)
 ขิง (2)
 คะน้า (26)
 แคคตัส (1)
 แคนตาลูป (1)
 แครอท (21)
 งา (1)
 เงาะ (12)
 ชบา (24)
 ชมพู่ (11)
 ชวนชม (4)
 ชา (8)
 ดาวเรือง (37)
 แตงกวา (35)
 แตงโม (20)
 แตงร้าน (11)
 ถั่วเขียว (6)
 ถั่วฝักยาว (35)
 ถั่วลันเตา (25)
 ถั่วลิสง (4)
 ถั่วเหลือง (8)
 ทานตะวัน (2)
 ทุเรียน (21)
 น้อยหน่า (12)
 บอน (2)
 เบญจมาศ (25)
 ปทุมมา (1)
 ปาล์ม (4)
 โป๊ยเซียน (3)
 ผักกาดขาว (9)
 ผักกาดขาวปลี (2)
 ผักกาดหอม (26)
 ผักโขม (2)
 เผือก (1)
 ฝรั่ง (18)
 ฝ้าย (10)
 พริก (34)
 พริกไทย (1)
 พุทรา (2)
 ฟัก (2)
 เฟิร์น (1)
 เฟื่องฟ้า (23)
 แฟง (2)
 มะขาม (3)
 มะเขือ (28)
 มะเขือเทศ (25)
 มะเขือเปราะ (15)
 มะเขือยาว (17)
 มะนาว (14)
 มะพร้าว (2)
 มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง (1)
 มะม่วง (39)
 มะยงชิด (1)
 มะระ (5)
 มะละกอ (3)
 มะลิ (10)
 มังคุด (15)
 มันเทศ (3)
 มันฝรั่ง (33)
 มันสำปะหลัง (2)
 เมล่อน (3)
 ยางพารา (1)
 ยาสูบ (6)
 เยอบีร่า (24)
 ลองกอง (12)
 ลันเตา (1)
 ลั่นทม (24)
 ลางสาด (1)
 ลำไย (25)
 ลิ้นจี่ (19)
 ลีลาวดี (28)
 ว่าน (3)
 สตรอเบอรี่ (1)
 ส้มเขียวหวาน (4)
 ส้มโอ (14)
 ส้ม (20)
 สละ (3)
 สับปะรด (30)
 หน่อไม้ฝรั่ง (4)
 หน้าวัว (3)
 หอม (28)
 หอมแดง (3)
 หอมหัวใหญ่ (5)
 อโกลนีมา (3)
 องุ่น (12)
 อ้อย (11)


 แก๊พ อินดัสตรีส์ (5)
 เจียไต๋ (204)
 เชอร์วู้ด เคมิคอล (4)
 ซาโกร (1)
 ซินเจนทา (9)
 โซตัส (38)
 ดาว อะโกรไซแอนส์(ประเทศไทย) (1)
 ดาว อะโกรไซแอนส์ (0)
 ดูปองท์ (3)
 ไดนามิคพันธุ์พืช (1)
 ที เอ บี อินโนเวชั่น จำกัด (1)
 ที.เจ.ซี. เคมี (1)
 เทพวัฒนา (13)
 ไทยกรีนอะโกร จำกัด (5)
 ไทยเฮอบิไซด์ (1)
 ไบเออร์ (11)
 เมโทรซีดการเกษตร (75)
 ลัดดา (68)
 อีสท์ เวสท์ ซีด (21)
 อื่นๆ (0)
 เอ็มซี อะโกร-เคมิคัล (3)
 เอราวัณ (11)

แตงกวา

       
แตงกวา เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับแตงโม ฟักทอง บวบ มะระ นํ้าเต้า ซึ่งมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ มีอายุตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวสั้น โดยใช้เวลาเพียง 30-45 วันหลังจากปลูกเมื่อเปรียบเทียบรายได้จากการปลูกแตงกวากับพืชอื่นๆ หลายชนิดแล้ว แตงกวาเป็นพืชหนึ่งที่สามารถทํารายได้ดีทีเดียว สําหรับในแง่ของผู้บริโภคแล้ว แตงกวาที่สามารถนําไปปรุงอาหารได้มากมายหลายชนิด หรืออาจแปรรูปเป็นแตงกวาดอง จะเห็นได้ว่าแตงกวาเป็นพืชที่เข้ามามีบทบาทต่อการค้าทั้งในและต่างประเทศ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

1. ราก และลำต้น
แตงกวาเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเถาเลื้อย มีลักษณะเป็นเหลี่ยม สีเขียวอ่อน ลำต้นระยะแรกจะตั้งตรง ต่อมาจะเจริญเป็นเถายาว 1.2-2.4 เมตร มีขนขึ้นปกคลุมทั่วไป แตกกิ่งแขนงยาว 0.6-1.5 เมตร ข้อยาว 10-20 เซนติเมตร กิ่งแขนงจะเจริญมาจากตาที่อยู่บริเวณซอกใบ และแต่ละข้อมีตาข้างที่เจริญเป็นกิ่ง บริเวณข้อมีมือเกาะ ปลายมือเกาะไม่แตกแขนง ใช้สำหรับเกาะยึดให้ลำต้นเลื้อยขึ้น
ราก โดยทั่วไประบบรากจะครอบคลุมเป็นบริเวณกว้างซึ่งมักจะแผ่ออกในแนวราบ และแนวดิ่งอย่างรวดเร็ว และหนาแน่น ความยาวรากอาจยาวได้ถึง 1 เมตร และกระจายอยู่ในระดับไม่เกิน 30 เซนติเมตร ประกอบด้วยรากแก้วในแนวดิ่ง และแตกรากแขนงในแนวนอน รากแขนงจะมีความยาวมากกว่ารากแก้ว และสามารถทดแทนรากแก้วได้เมื่อต้นเจริญเต็มที่
2. ใบ
ใบเป็นใบเดี่ยว มีก้านใบยาว 5-15 เซนติเมตร แผ่นใบหยาบ มีขนปกคลุมทั้งด้านบนด้านล่าง ขอบใบเป็นมุม 3-5 มุม ส่วนปลายใบแหลม มีเส้นใบ 5-7 เส้น

3. ดอก
ดอกแตงกวาประกอบด้วยดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียแยกกัน แต่อยู่ในต้นเดียวกัน
 ดอกตัวเมีย จะเจริญเป็นดอกเดี่ยว (solitary) ตรงมุมก้านใบของเถาหลัก และเถาแขนง ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง (calyx) สีเขียวยาว 0.5-1.0 เซนติเมตร จำนวน 5 กลีบ ส่วนกลีบดอก (corolla) มีขน มีลักษณะย่นสีเหลือง จำนวน 5 กลีบ ก้านเกสรตัวเมียอวบสั้น มียอดเกสรแบ่งเป็นสามส่วน รังไข่ปรากฏชัดเจน ในรังไข่มีช่องว่างสามช่อง ต่อมน้ำหวานมีลักษณะเป็นวงแหวนอยู่รอบฐานก้านเกสรตัวเมีย
 ดอกตัวผู้ปกติ เกิดได้ทั้งดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม (cluster) ตรงมุมก้านใบของเถาหลัก และเถาแขนง สังเกตได้ง่ายจากก้านเล็กเรียวมากกว่าดอกตัวเมีย ดอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางดอก 3-4 เซนติเมตร ไม่มีรังไข่ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง 5 กลีบ มีก้านเกสรตัวผู้ 3 ก้าน โดยสองก้านจะมีอับละอองเกสรสองอันและอีกก้านหนึ่งมีหนึ่งอัน ดอกเจริญที่ข้อเป็นกลุ่มๆ ละ 5 ดอก



จำนวนดอกของแต่ละเพศจะขึ้นกับ ความยาวของช่วงวัน ความเข้มแสง และอุณหภูมิ หากช่วงวันสั้น ความเข้มแสงต่ำหรือมีอุณหภูมิต่ำจะเกิดดอกตัวเมียมาก แต่หากช่วงวันยาว ความเข้มแสงสูงจะเกิดดอกตัวผู้มาก

4. ผล
ลักษณะกลมยาวทรงกระบอก ความยาวผลระหว่าง 5 – 40 เซนติเมตร ภายในผลมีไส้หรือไม่มีไส้ มีเนื้อฉ่ำน้ำ (freshy) ผิวผลเป็นปุ่ม โดยเฉพาะเมื่อผลอ่อน เปลือกผลมีสีขาว เขียวอ่อน เขียว และเขียวเข้มถึงดำ มีกลิ่นเฉพาะของแตงกวา เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ครีมเหลือง ส้มเข้ม
5. เมล็ด
เมล็ดมีลักษณะแบน เรียว ผิวเรียบ สีขาวถึงเหลืองอ่อน กว้าง 3.6-4.0 มิลลิเมตร ยาว 8.8-12.4 มิลลิเมตร หนา 1.2-1.6 มิลลิเมตร มีน้ำหนัก 32-38 กรัม/1,000 เมล็ด มีเมล็ดประมาณ 200 – 500 เมล็ด/ผล

 

การจำแนกแตงกวาตามการใช้ประโยชน์

1. พันธุ์สำหรับรับประทานสด


        
เป็นพันธุ์ที่ปลูกมากในไทย มีเนื้อบาง ไส้ใหญ่ เปลือกสีเขียวอ่อน เนื้อฉ่ำน้ำ มีทั้งผลเล็ก และผลใหญ่ ผลอ่อนมักมีหนามจำนวนมาก แต่เมื่อโตเต็มที่หนามจะหลุดออก นิยมรับประทานสด ไม่นิยมนำมาดอง แบ่งได้เป็น
- แตงผลสั้น (short cucumber) หรือแตงกวา มีความยาวผล 6-10 เซนติเมตร ความกว้างผลมากกว่า 2.5 เซนติเมตร มีเนื้อน้อย ไส้กว้าง มีเปลือกสีขาว-เขียว
- แตงท่อน (medium cucumber) ผลยาว 12-15 เซนติเมตร เนื้อค่อนข้างหนา และไส้ไม่ใหญ่มาก
- แตงผลยาว (long cucumber) หรือแตงร้าน ผลยาวตั้งแต่ 15 เซนติเมตร ขึ้นไป ความกว้างผลมากกว่า 2.5 เซนติเมตร มีเนื้อหนา ไส้เล็ก สำหรับพันธุ์ในประเทศไทยจะเปลือกสีเขียวถึงเขียวเข้ม โดยเฉพาะส่วนใกล้กับขั้วผล
และท้ายผลมีจุดประสีเขียวอ่อนหรือขาว มีเส้นแถบสีขาวเป็นแนวยาวยาวไปถึงปลายผล ส่วนพันธุ์ต่างประเทศ ผลจะมีสีเขียวเข้มสม่ำเสมอทั้งผล
2. พันธุ์อุตสาหกรรม
เป็นพันธุ์ที่มีรูปร่างผอมยาว มีเนื้อหนา ไส้น้อย บางพันธุ์อาจไม่มีไส้ เปลือกมีสีเขียวเข้ม เมื่อดองจะรูปร่างจะไม่เปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนเหี่ยวย่นเล็กน้อย แบ่งเป็น
- แตงผลยาว (long cucumber) ผลยาว 20-30 เซนติเมตร กว้าง 2-3 เซนติเมตร มีเนื้อหนา ไส้เล็ก เปลือกสีเขียวเข้มทั้งผล นิยมใช้ทำแตงดอง ปลูกมากในประเทศจีน และญี่ปุ่น
- แตงผลสั้น (short cucumber) ผลยาว 8-12 เซนติเมตร กว้าง1.0-5.1 เซนติเมตร มีเนื้อหนา ไส้เล็ก เปลือกสีเขียวเข้มทั้งผล นิยมใช้ทำแตงดอง ปลูกมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป นิยมใช้ทำแตงดอง

สำหรับแตงกวาที่เก็บจะมี 3 เกรด คือ
       1.แตงกวาเกรด A จะได้ราคาดีที่สุด ยาวประมาณ 9-11 ซ.ม. ทรงกระบอกหัว-ท้ายเท่ากัน ไม่คอดงอ สีเขียวสวย
       2.แตงกวาเกรด B ที่หลงหลุดรอดสายตาจนกลายเป็นแตงกวาขนาดใหญ่ แต่ราคาจะรองลงมา
       3.แตงกวาเกรด C เป็นแตงกวาที่ลูกคอดงอ อาจเกิดจากการให้ปุ๋ยที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของต้นแตง ซึ่งจะได้ราคาต่ำกว่าแตงเกรด A และเกรด B ซึ่งเมื่อส่งขายเข้าตลาดก็จะคัดแยกใส่ถุงตามเกรด

พันธุ์แตงกวาของแต่ละบริษัทเมล็ดพันธุ์

ลักษณะสายพันธุ์แตงกวาที่ดี
มีเนื้อแน่น เมล็ดลีบ รสชาติอร่อย วางขายอยู่ในตลาดได้นานในสภาพอุณหภูมิปกติ เป็นสายพันธุ์ที่มีความต้านทานต่อโรคและปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดี
ฤดูปลูกแตงกวา
- ประเทศไทยสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี นิยมปลูกในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม
- ฤดูร้อน บางช่วงอาจจะพบปัญหาดอกร่วง (มากกว่า 30 องศาเซลเซียส) ทำให้ผลผลิตลดลง
- ฤดูหนาว หากอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส จะชะงักการเจริญเติบโต
สภาพแวดล้อมในการปลูกแตงกวา
อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกของเมล็ดระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส สามารถเจริญเติบโต ได้ผลดีระหว่างอุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิกลางวัน 22-28 องศาเซลเซียส แตงกวา จะชะงักการเจริญเติบโต สําหรับอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการผสมเกสรนั้นอยู่ระหว่าง 17-25 องศา เซลเซียส
แตงกวาเป็นพืชที่ไม่ต้องการนํ้ามากแต่ขาดนํ้าไม่ได้โครงสร้างของดินที่ปลูกแตงกวาควรมี ลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย มีการระบายนํ้าดีควรมีความเป็นกรด ด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ใน สภาพดินที่เป็นดินทรายจัด หรือเหนียวจัด จําเป็นต็องปรับปรุงบํารุงดินก่อนการปลูก โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้วและสภาพความเป็นกรดด่างนั้น ควรจะวิเคราะห์หาค่าความ ต้องการปูนก่อนที่จะใช้ปูนขาวเพื่อให้มีการใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

การปลูกแตงกวา

การเตรียมดิน
การปลูกแบบขึ้นค้าง
การปลูกแบบเลื้อยตามดิน
1. ไถพรวนดินลึก 30-35 ซม.พร้อมกำจัดวัชพืช

1. ระหว่างต้น 40-50 ซ.ม.ระหว่างแถว 80-100 ซ.ม. เว้นร่องน้ำระหว่างแปลง 50 ซ.ม.

1. ระหว่างต้น 40-50 ซ.ม. ระหว่างแถว 3-4 เมตร เว้นร่องน้ำระหว่างแปลง 50 ซ.ม.

2. ตากแดดทิ้งไว้ 7-10 วัน

2. หยอดเมล็ดหลุมละ 1-2 เมล็ด  

2. หยอดเมล็ดหลุมละ1-2เมล็ด

3. ใส่ปุ๋ยคอกอัตรา 1-2 ตัน/ไร่ และปุ๋ยสูตร15-15-15 รองก้นหลุมก่อนปลูก 

3. เมื่อมีใบจริง 2-3 ใบ  ถอนแยกให้เหลือ 1 ต้น/หลุม

3. เมื่อมีใบจริง 2-3 ถอนแยกให้เหลือ 1 ต้น/หลุม

4. คลุมแปลงด้วยพลาสติกเพื่อป้องกัน
การสูญเสียความชื้นและลดการระบาดของแมลง

4. จัดการง่าย ผลผลิตมีคุณภาพ
และผลผลิตสูงกว่าแบบเลื้อยตามดิน
4. สะดวกและประหยัดต้นทุน
การให้น้ำ
        ระบบการให้น้ำนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ช่วงเวลาการให้น้ำในระยะแรกควรให้ 2-3 วันต่อครั้ง ข้อควรคำนึงสำหรับการให้น้ำ คือ ต้องกระจายในพื้นที่สม่ำเสมอตลอดแปลง และตรวจดูความชื้นในดินไม่ให้สูงเกินไปจนกลายเป็นแฉะ ท่วมขัง เพราะจะทำให้โคนรากเน่าได้
การใส่ปุ๋ย
อายุ
สูตรปุ๋ย
อัตราการใช้

1. เตรียมดินปลูก (ใส่รองก้นหลุม)

15-15-15

50 กิโลกรัม/ไร่

2. ระยะต้นกล้า (อายุ  15 วัน)

15-15-15  หรือ  25-7-7

50 กิโลกรัม/ไร่

3. ระยะดอกบาน ( อายุ  25 วัน)

15-15-15   หรือ  8-24-24

50 กิโลกรัม/ไร่
4. ระยะบำรุงผล (อายุ  28 วัน)
15-15-15
50 กิโลกรัม/ไร่
การเก็บเกี่ยว
       
การเก็บเกี่ยวผลผลิตจะเก็บหลังการปลูก 40-60 วัน หรือบางพันธุ์อาจอยู่ในช่วง 70-85 วัน การเก็บผลผลิตแตงกวา พร้อมกับการบำรุงรักษาต้นอย่างสม่ำเสมอ สามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 5 เดือน

แมลงศัตรูพืชที่สำคัญของแตงกวา

1. เพลี้ยไฟ (Thrips : Haplothrips floricola)



ลักษณะ เป็นแมลงขนาดเล็ก ตัวสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแก่ พบตามยอดใบอ่อน ดอก และผลอ่อน
การทำลาย ดูดน้ำเลี้ยงที่ใบ ดอกอ่อน และยอดอ่อน ทำให้ใบม้วนหงิกงอ รูปร่างผิดปกติเป็นกระจุก มีสีสลับเขียวเป็นทาง ระบาดมากในช่วงที่มีอากาศแห้งแล้งฝนทิ้งช่วง นับเป็นแมลงที่เป็นปัญหาสำคัญที่สุดในการปลูกแตงกวา
การป้องกันกำจัด ให้น้ำเพิ่มความชื้นในแปลงปลูก โดยให้น้ำเป็นฝอยตอนเช้าและตอนเย็น จะช่วยลดปัญหาของเพลี้ยไฟได้ การใช้ยาฆ่าแมลงเช่น ฟิโพรนิล อิมิดาคลอพริด และคาร์โบซัลแฟน

2. เพลี้ยอ่อน (Alphids: Aphids gossypii)



ลักษณะ เป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวคล้ายผลฝรั่ง มีท่อเล็ก ๆ ยื่นยาวออกไปทางส่วนท้ายของลำตัว 2 ท่อน เป็นแมลงปากดูด ตัวอ่อนสีเขียว ตัวแก่สีดำและมีปีก
การทำลาย ดูดน้ำเลี้ยงที่ใบและยอดอ่อน ทำให้ใบม้วน ต้นแคระแกร็น และยังเป็นพาหนะนำไวรัสด้วย มักระบาดมากในช่วงอากาศร้อนและแห้งซึ่งเป็นตอนที่พืชขาดน้ำ โดยมีมดเป็นตัวนำหรือการบินย้ายที่ของตัวแก่
การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงเช่นเดียวกับการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ

3. เต่าแตงแดง (Red cucurbit beetle: Aulacophora simills) และเต่าแตงดำ (Black cucurbit beetle: A. frontalis)



ลักษณะ เป็นแมลงปีกแข็ง ปีกมีสีส้มแดงและสีดำเข้ม ตัวมีขนาดเล็กยาวประมาณ 0.5-0.8 ซม. อาศัยอยู่ตามกอข้าวที่เกี่ยวแล้วในนา หรือตามกอหญ้า
การทำลาย กัดกินใบตั้งแต่ระยะใบเลี้ยงจนกระทั่งต้นโต ทำให้เป็นแผลและเป็นพาหะของโรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียด้วย ตัวเมียวางไข่บริเวณโคนต้น ตัวหนอนกัดกินราก
การป้องกันกำจัด ควรทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลง รวมทั้งเศษซากแตงหลังการเก็บเกี่ยว และใช้ยาฆ่าแมลงฉีดพ่น เช่น สารคาร์บาริล ไตรอะโซฟอส


โรคพืชที่สำคัญของแตงกวา

1) โรคราน้ำค้าง (Downy mildew) หรือที่เกษตรกรนิยมเรียกว่า “โรคใบลาย”



เชื้อสาเหตุ :  Peronospora cubensis
 ลักษณะอาการ เริ่มเป็นจุดสีเหลืองบนใบ แผลนั้นจะขยายออกเป็นเหลี่ยมในระหว่างเส้นใบ ถ้าเป็นมาก ๆแผลลามไปทั้งใบทำให้ใบแห้งตาย ในตอนเช้าที่มีหมอกน้ำค้างจัดช่วงหลังฝนตกติดต่อกันทำให้มีความชื้นสูงในบริเวณปลูก จะพบว่าใต้ใบตรงตำแหน่งของแผลจะมีเส้นใยสีขาวเกาะเป็นกลุ่มและมีสปอร์เป็นผงสีดำ
การป้องกันกำจัด โดยการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อรา เช่น แคปแทน แมนโคเซป เมตาแลคซิล

2) โรคใบด่าง (Mosaic)



เชื้อสาเหตุ : Cucumber mosaic virus
ลักษณะอาการ ใบด่างสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อนหรือด่างเขียวสลับเหลืองเนื้อใบตะปุ่มตะป่ำ      มีลักษณะนูนเป็นระยะ ๆใบหงิกเสียรูปร่าง ยอดที่แตกใหม่จะมีสีซีดและอาการ่างมากขึ้น ใบจะมีขนาดเล็ดลง มีรูปร่างผิดปกติ ติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว
การป้องกันกำจัด ในปัจจุบันยังไม่มีการใช้สารเคมีหรือวิธีการใด ๆ ที่จะลดความเสียหายเมื่อโรคนี้ระบาดดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดขณะนี้คือการป้องกันไม่ให้เกิดโรค เช่น เลือกแหล่งปลูกที่ปลอดจากเชื้อไวรัสอาจทำได้โดยเลือกแหล่งปลูกที่ไม่เคยปลูกผักตระกูลแตงมาก่อนและทำความสะอาดแปลงปลูกพร้อมทั้งบริเวณใกล้เคียงให้สะอาดไม่ให้เป็นที่อาศัยของเชื้อและแมลงพาหะ  การติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วเพราะมีการปลูกที่ระยะใกล้กันมากแมลงจะเป็นพาหะนำเชื้อนี้จึงควรป้องกันด้วยการไม่ปลูกชิดกันจนเกินไปเมื่อพบต้นที่แสดงอาการให้รีบถอนแยกเสียทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้เป็นอันขาด

3) โรคผลเน่า (Fruit rot)
เชื้อสาเหตุ :  Pythium spp., Rhizoctonia solani, Botrytis cinerea
ลักษณะอาการ มักเกิดกับผลที่สัมผัสดิน และผลที่แมลงกัดหรือเจาะทำให้เกิดแผลก่อน จะพบมากในสภาพที่เย็นและชื้นกรณีที่เกิดจากเชื้อพิเที่ยมจะเป็นแผลฉ่ำน้ำเริ่มจากส่วนปลายผล ถ้ามีความชื้นสูงจะมีเส้นใยฟูสีขาวขึ้นคลุมกรณีที่เกิดจากเชื้อไรซ๊อกโทเนียจะเป็นแผลเน่าฉ่ำน้ำบริเวณผิวของผลที่สัมผัสดินแผลจะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลแก่และมีรอยฉีกของแผลด้วย ส่วนกรณีที่เกิดจากเชื้อโบทริทิ่สนั้น บริเวณส่วนปลายของผลที่เน่าจะมีเชื้อราขึ้นคลุมอยู่
 การป้องกันกำจัด ทำลายผลที่เป็นโรค อย่าให้ผลสัมผัสดิน ป้องกันไม่ให้ผลเกิดบาดแผล

แตงกวา ( 48 รายการ )



รหัสสินค้า A131

โมสาท บี-พลัส

แคลเซียม + โบรอน




 

รหัสสินค้า A133

โมสาท ซิงค์

 




 

รหัสสินค้า A202

เกอมาร์ นาโน

 






 

รหัสสินค้า A13

เบนซาน่า-เอฟ

คาร์เบนดาซิม






 


รหัสสินค้า A608

แตงกวาลูกผสม F1 ไมโครซี 306

ตราศรแดง




 

รหัสสินค้า A610

แตงกวาลูกผสม F1 ไมโครซี

ตราศรแดง




 

รหัสสินค้า A560

แตงกวา

เมโทรซีดการเกษตร ตราภูเขาทอง




 

รหัสสินค้า A479

แตงกวาลูกผสม ไมโครซี F1

ตราศรแดง




 


รหัสสินค้า A500

อัมเบรลล่า





 

รหัสสินค้า A5

เกรท 5 เอสซี

ฟีโพรนิล




 

รหัสสินค้า A121

เออร์โกสติม

 






 

รหัสสินค้า A282

แตงท่อน

เจียไต๋ ตราเครื่องบิน




 


รหัสสินค้า A28

คาริสมา

โพรพาโมคาร์บ ไฮโดรคลอไรด์ 72.2% SL




 

รหัสสินค้า A11

ไบออนแบค

บาซิลัส ซับทิลิส




 

รหัสสินค้า A193

ยูทิไลซ์ แมกซ์

 






 

รหัสสินค้า A14

เบนซาน่า

คาร์เบนดาซิม 50% WP




 


รหัสสินค้า A196

นูแทค บาลานซ์

สูตร 14-14-11




 

รหัสสินค้า A8

อิมิดาโกลด์

อิมิดาโคลพริด




 

รหัสสินค้า A85

ไดอาต้า

17-0-3




 

รหัสสินค้า A319

แตงกวา มัมมี่ 331

เจียไต๋ ตราเครื่องบิน




 


รหัสสินค้า A192

นูแทค ซุปเปอร์-เค

สูตร 6-12-26






 

รหัสสินค้า A178

เซอร์วาไจเซอร์ เอ็กเพรส 4-41-27

สูตร 4-41-27




 

รหัสสินค้า A170

ฮอร์ทิไดน์

สูตร 25-5-5




 

รหัสสินค้า A179

เซอร์วาไจเซอร์ เอ็กเพรส 18-18-18

สูตร 18-18-18




 


รหัสสินค้า A343

แตงกวา มาลัย 759

เจียไต๋ ตราเครื่องบิน




 

รหัสสินค้า A346

แตงกวา เทอร์โบ

เจียไต๋ ตราเครื่องบิน




 

รหัสสินค้า A15

แอ็คนาว-เอฟ

คลอโรทาโลนิล 50% SC




 

รหัสสินค้า A95

อินเตอร์มิกซ์

MgO 1%+S 3.6%+Fe 1.3%+Mn 1.3%+Cu 0.1%+Zn 1.1%+B 0.09%+Mo 0.02%




 


รหัสสินค้า A91

บิงโกแบล็ค

CaO 10%, B 1%




 

รหัสสินค้า A17

ไซม็อกซิเมท

ไซม็อกซานิล+แมนโคเซบ 8%+6% WP




 

รหัสสินค้า A367

แตงกวาญี่ปุ่น โรเบอร์โต้

เจียไต๋ ตราเครื่องบิน




 

รหัสสินค้า A368

แตงกวา ไฮโซ

เจียไต๋ ตราเครื่องบิน




 


รหัสสินค้า A93

ซิงค์โกลด์

MgO 0.02%+Fe 0.04%+Mn 0.01%+Cu 0.01%+Zn 8.5%




 

รหัสสินค้า A92

บิงโกไวท์

CaO 10%, B 1%




 

รหัสสินค้า A171

เบสมอร์

 




 

รหัสสินค้า A206

โฟแมกซ์ 600

 




 



ไรแดง(1), เพลี้ยแป้ง(10), สาบเสือ(3), แมลงปากดูด(3), หนอนใยผัก(5), เพลี้ยไฟ(15), หนอนชอนใบ(5), เพลี้ยอ่อน(6), แมลงหวี่ขาว(7), เพลี้ยจั๊กจั่น(6), เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล(17), หนอน(2), หนอนกระทู้หอม(3), หนอนเจาะสมอฝ้าย(5), หนอนกอ(2), หนอนม้วนใบ(1), หนอนปลอก(1), ด้วงหมัดผัก(1), เพลี้ยจั๊กจั่นฝ้าย(7), โรคผลเน่าในชมพู่(1), โรคราน้ำค้าง(9), โรคกาบแห้งในข้าว(1), เชื้อรา(6), โรคไหม้(7), โรคใบจุด(10), โรคแอนแทรคโนส(10), โรคปื้นเหลืองในกล้วยไม้(2), โรคใบจุดในผักตระกูลกะหล่ำ(2), โรคใบจุดสีม่วง(5), โรคราแป้ง(2), โรคใบจุดดำ(3), โรคใบจุดสีน้ำตาล(5), โรคใบขีดสีน้ำตาล(2), โรคกาบใบแห้ง(3), โรคเมล็ดด่าง(7), เชื้อราไฟทอบธอรา(1), เชื้อราพิเทียม(1), โรคราสนิม(5), โรคเน่าคอดิน(2), หนอนกระทู้หลอดหอม(1), หนอนกระทู้(5), ขาเขียด(2), เทียนนา(5), กกขนาก(5), กกทราย(6), หนวดปลาดุก(5), วัชพืชใบกว้าง(12), วัชพืชใบแคบ(16), หญ้าข้าวนก(10), หญ้าดอกขาว(16), หญ้ากระดูกไก่(7), กก(8), ผักปอดนา(8), แห้วหมู(7), หญ้านกสีชมพู(13), หญ้าปากควาย(13), หญ้าตีนนก(12), หญ้าตีนติด(11), หญ้าตีนกา(10), ผักเบี้ยหิน(11), ผักโขม(12), ผักโขมหนาม(4), สาบแร้งสาบกา(1), หญ้าแดง(1), หญ้าคา(2), ไมยราบยักษ์(2), หญ้าขน(1), หญ้าชันอากาศ(2), สารบำรุงพืช(3), เร่งออกดอกนอกฤดู(2), เร่งการเจริญเติบโตของพืช(2), ช่วยการเจริญเติบโตของดอกและผล(3), ช่วยส่งเสริมให้พืชติดดอกออกผลดี(8), ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช ด้านลำต้น และใบ(6), ช่วยในการผสมเกสร(1), ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช(5), เพลี้ยไฟข้าว(3), แมลงหวี่ขาวยาสูบ(5), เพลี้ยอ่อนลูกท้อ(2), ผักเบี้ยใหญ่(3), น้ำนมราชสีห์(5), กะเม็ง(5), ลูกใต้ใบ(3), โรคเกสรดำ(2), หญ้ายาง(6), ปอวัชพืช(3), โคกกระสุน(3), ตีนตุ้กแก(5), ผักปลาบ(2), หญ้าแพรก(3), หญ้าชันกาด(1), หญ้ารังแก(1), เซ่งใบมน(1), โรคเน่าดำ(3), ขาดธาตุสังกะสี(1), อาการไส้กลวง(2), โรคใบปื้นเหลือง(2), โรคใบขี้กลากในกล้วยไม้(1), หนอนเจาะฝักลายจุด(2), หนอนหัวดำมะพร้าว(2), อาการใบแก้วในส้ม(1), ไรแดงแอฟริกา(1), โรคแคงเกอร์(2), โรคต้นเน่า(1), โรคใบไหม้(4), หนอนห่อใบข้าว(2), หนอนกออ้อย(3), หนอนเจาะผล(2), เพลี้ยไฟพริก(1), แอนแทรคโนส(3), หญ้าพะดอเงียว(2), ผักเสี้ยนผี(3), ถั่วผี(2), โทงเทง(2), หญ้าโขย่ง(2), เพิ่มผลผลิตอละคุณภาพของดอก(1), หญ้าหางนกยูง(1), กระดุมใบเล็ก(2), ผักโขมหิน(2), หอยเชอรี่(2), โรคปลายยอดไหม้(1), โรคใบพุพอง(1), ปาล์มวัชพืช(1), หญ้าขจรจบดอกเหลือง(1), หญ้าไข่เหาหลวง(1), สาบม่วง(5), สอึก(1), ช่วยลดความเป็นด่างของผิวหน้าใบ(1), ช่วยกระตุ้นการแตกตา(3), หญ้ารังนก(2), ครอบจักรวาล(1), ถั่วลิสงนา(1), ขยุ้มตีนหมา(1), หญ้าละออง(1), แมลงสาบ(1), มด(1), ตัวสามง่าม(1), แมลงคลาน(1), หญ้ามาเลเซีย(1), หญ้าเห็บ(1), หญ้าขจรจบดอกใหญ่(1), กระดุมใบใหญ่(1), ไมยราบ(2), ผักคราดหัวแหวน(1), ผักเสี้ยนขน(1), กกดอกเขียว(1), กกตุ้มหู(1), หญ้าดอกขาวไร่(1), ตำแยแมว(1), หญ้าหางนกยูงใหญ่(2), โรคใบแก้ว(1), ช่วยเสริมสร้างคลอโรฟิลล์(1), ควบคุมการออกดอกนอกฤดู(1), โรคเหี่ยวจากเชื้อรา(1), โรคเถาแตกยางไหล(1), โรคยางไหล(1), โรคเหี่ยวที่เกิิดจากเชื้อแบคทีเรีย(1), โรครากบวม(1), โรครากเน่า(4), โรคลำต้นไหม้(2), โรคกิ่งไหม้(1), โรคเหี่ยว(1), โรคตายพราย(1), ส่งเสริมการออกดอก(1), เพิ่มจำนวนช่อดอก(1), ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากพืช(1), กระดุมใบ(1), เปล้าทุ่ง(1), หญ้าหวาย(1), กระเม็ง(1), โรคดอกจุดสนิม(1), หญ้าขจรจบดอกเล็ก(1), กระตุ้นการออกดอกและเสริมสร้างคุณภาพเนื้อผล(1), กระตุ้นการแตกกอ (1), กระตุ้นการเจริญเติบโต(1), กระตุ้นการออกดอก(1), ช่วยให้พืชทนแล้ง(1), หนามกระสุน(1), หญ้าเขมร(1), ผักยาง(1), โสนหางไก่(1), หนอนด้วงอ้อย(2), ด้วงหนวดยาว(1), ด้วงเต่าแตง(1), แมลงดำหนามมะพร้าว(2), ด้วงเต่ามะเขือ(1), ตัวอ่อนด้วงเต่าแตง(1), โรครากเน่าโคนเน่า(2), โรครากเน่าคอดิน(1)