ปุ๋ยเคมี (31)
 โรคพืช (41)
 สารกำจัดแมลง (39)
 วัชพืช (36)
 สารบำรุงพืช (19)
 สารชีวภัณฑ์ (9)
 เมล็ดพันธุ์ (172)


 ไร (2)
 แมลง (13)
 หนอน-ศัตรูพืช (19)
 มอด (0)
 เพลี้ย (19)
 วัชพืช (33)
 เชื้อราพืช (43)
 หอยเชอรี่ (2)
 ไวรัสพืช (0)
 แบคทีเรียในพืช (3)
 ด้วง (1)


 กระเจี๊ยบเขียว (4)
 กระเจี๊ยบ (1)
 กระชาย (1)
 กระเทียม (6)
 กระหล่ำปลี (17)
 กระหล่ำ (10)
 กล้วยไม้ (31)
 กล้วย (4)
 กวางตุ้ง (11)
 กะหล่ำดอก (6)
 กาแฟ (9)
 กุหลาบ (36)
 แก้วมังกร (1)
 โกสน (23)
 ขนุน (17)
 ข้าวโพดหวาน (2)
 ข้าวโพด (11)
 ข้าวฟ่าง (2)
 ข้าว (48)
 ขิง (2)
 คะน้า (21)
 แคคตัส (1)
 แคนตาลูป (1)
 แครอท (20)
 งา (1)
 เงาะ (11)
 ชบา (24)
 ชมพู่ (10)
 ชวนชม (4)
 ชา (8)
 ดาวเรือง (33)
 แตงกวา (30)
 แตงโม (18)
 แตงร้าน (9)
 ถั่วเขียว (6)
 ถั่วฝักยาว (29)
 ถั่วลันเตา (22)
 ถั่วลิสง (4)
 ถั่วเหลือง (8)
 ทานตะวัน (2)
 ทุเรียน (21)
 น้อยหน่า (12)
 บอน (2)
 เบญจมาศ (25)
 ปาล์ม (4)
 โป๊ยเซียน (3)
 ผักกาดขาว (8)
 ผักกาดขาวปลี (2)
 ผักกาดหอม (25)
 เผือก (1)
 ฝรั่ง (17)
 ฝ้าย (10)
 พริก (24)
 พริกไทย (1)
 พุทรา (2)
 ฟัก (1)
 เฟิร์น (1)
 เฟื่องฟ้า (23)
 แฟง (1)
 มะขาม (3)
 มะเขือ (17)
 มะเขือเทศ (23)
 มะเขือเปราะ (12)
 มะเขือยาว (14)
 มะนาว (14)
 มะพร้าว (2)
 มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง (1)
 มะม่วง (39)
 มะยงชิด (1)
 มะระ (1)
 มะละกอ (3)
 มะลิ (9)
 มังคุด (14)
 มันเทศ (3)
 มันฝรั่ง (33)
 มันสำปะหลัง (2)
 เมล่อน (1)
 ยางพารา (1)
 ยาสูบ (6)
 เยอบีร่า (24)
 ลองกอง (12)
 ลันเตา (1)
 ลั่นทม (24)
 ลางสาด (1)
 ลำไย (24)
 ลิ้นจี่ (18)
 ลีลาวดี (28)
 ว่าน (2)
 สตรอเบอรี่ (1)
 ส้มเขียวหวาน (4)
 ส้มโอ (14)
 ส้ม (19)
 สละ (3)
 สับปะรด (29)
 หน่อไม้ฝรั่ง (4)
 หน้าวัว (3)
 หอม (27)
 หอมแดง (3)
 หอมหัวใหญ่ (5)
 อโกลนีมา (3)
 องุ่น (12)
 อ้อย (11)


 แก๊พ อินดัสตรีส์ (5)
 เจียไต๋ (183)
 เชอร์วู้ด เคมิคอล (4)
 ซาโกร (1)
 ซินเจนทา (9)
 โซตัส (36)
 ดาว อะโกรไซแอนส์(ประเทศไทย) (1)
 ดาว อะโกรไซแอนส์ (0)
 ดูปองท์ (3)
 ที เอ บี อินโนเวชั่น จำกัด (0)
 ที.เจ.ซี. เคมี (1)
 เทพวัฒนา (13)
 ไทยกรีนอะโกร จำกัด (5)
 ไทยเฮอบิไซด์ (1)
 ไบเออร์ (9)
 ลัดดา (64)
 เอ็มซี อะโกร-เคมิคัล (3)
 เอราวัณ (11)

มะเขือยาว

       

มะเขือยาวเป็นหนึ่งในพืชตระกูลมะเขือที่ปลูกได้ไม่ยากขึ้นและเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด แต่สิ่งสำคัญในการปลูกมะเขือยาวนั้นต้องดูแลเรื่องธาตุอาหารให้มากเพราะว่ามะเขือยาวเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารมาก มะเขือยาวสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและทนต่อสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี แถมยังมีอายุยาวข้ามปีอีกด้วย ดินมีความเป็น กรดเป็นด่าง อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ปลูกได้ ตลอดปี และทั่วทุกภาค ของไปประเทศไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Solanum melongena L.
ชื่อสามัญ : Egg plant, Potato tree
วงศ์ : Solanaceae
ชื่ออื่นๆ : มะเขือไข่ม้า, มะแขว้ง, มะแข้งคม, มะเขือป้าว (ภาคเหนือ), มะเขือฝรั่ง (กรุงเทพฯ), มะเขือขาว, มะเขือจานมะพร้าว, มะเขือกระโปกแพะ, มะเขือจาน (ภาคกลาง), สะกอวา, ยั่งมูไล่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), เกียจี้ (จีน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

       ต้น  ไม้พุ่มสูงประมาณ 1-1.5 เมตร เป็นไม้ล้มลุกลำต้นมีขนนุ่มปกคลุมอาจมีหนามเล็กๆ ส่วนบนจะแตกกิ่งก้านสาขาหนาทึบ
       ใบ  ใบออกสลับกันรูปร่างค่อนข้างกลม โคนใบเบี้ยวใบแหลมริมขอบใบหยักหรือเป็นคลื่นหลังใบ ใต้ท้องใบมีขนนุ่มปกคลุม ขนาดของใบยาวประมาณ 2.5-7 นิ้ว ก้านใบยาวประมาณ 1 นิ้ว
       ดอก  ดอกออกเป็นช่อหรือออกเป็นดอกเดี่ยวลักษณะของดอกมีสีม่วง กลีบดอกมี 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ส่วนปลาย แยกจากกันเป็น 5 แฉก ปลายแหลม กลางดอกมีเกสรตัวผู้ 5 อัน และตัวเมีย 1 อัน อยู่ติดกับกลีบดอก ก้านเกสรและอับเกสรเป็นสีเหลือง
       ผล  ผลมีลักษณะกลมยาวมีสีเขียวอ่อน สีม่วงคล้ำ หรือเป็นสีขาว ผิวเปลือกจะเรียบเกลี้ยงเป็นมัน ตรงขั้วผลก็จะมีกลีบเลี้ยงสีเขียวติดอยู่ ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก ขนาดเล็กกลมแบน


       มะเขือยาว เป็นพืชที่เรา ใช้ส่วนผล ในการบริโภค ใช้เป็นผักสด หรือประกอบ อาหารได้หลายชนิดแต่ถ้าอยากให้มะเขือยาวมีอายุยืนยาวเราต้องหมั่นดูแลต้นมะเขือเทศให้ดีทั้งเรื่องโรคพืชและแมลงศัตรูพืช อายุเฉลี่ยอาจจะถึง 2 ปีเลยทีเดียว
การปลูกมะเขือยาวในกระถางหรือภาชนะเราควรที่จะเลือกภาชนะที่ก้นลึกเพราะว่าเป็นพืชที่มีรากค่อนข้างลึก จึงไม่ชอบน้ำท่วมขัง ดินที่ปลูกต้องเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี ซึ่งดินที่สามารถระบายน้ำได้ดีต้องเป็นดินร่วนซุยนั้นเอง ตอนนี้ในประเทศไทยมีการปลูกมะเขือยาวอยู่ 2 พันธุ์ด้วยกัน คือพันธุ์ที่ผลเป็นสีเขียว และพันธุ์ที่ผลเป็นสีม่วงรสชาติอร่อยทั้งคู่


การปลูกมะเขือยาว

การเพาะเมล็ดพันธุ์
1.นำเมล็ดพันธุ์มะเขือยาวมาแช่ในน้ำซึ่งใช้สาหร่ายผงในอัตราส่วนกรัม10กรัม/น้ำ20ลิตร+ เชื้อราไตรโครเดอร์มา 200ซีซี/น้ำ20ลิตร +สารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ 2ซีซี/น้ำ20ลิตร ทิ้งไว้1คืนเพื่อส่งเสริมให้การงอกของเมล็ดและสำคัญยิ่งกว่าคือกำจัดเชื้อโรคพืชที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ส่งเสริมให้มะเขือยาวมีความต้านทานโรคพืชมากกว่าปกติ

        2. เทคนิคการเพาะที่ทำให้ต้นกล้าแข็งแรงสมบูรณ์ก่อนย้ายปลูกจะต้องเพาะเมล็ดให้งอกก่อนในวัสดุเพาะอย่างอื่น พีทมอสและขุยมะพร้าว โดยใช้ถาดหลุมเป็นที่เพาะเมล็ดเกลี่ยวัสดุเพาะให้เต็มหลุมถาดเพาะ ฝังเมล็ดมะเขือยาว 1/4 นิ้วลึก เกลี่ยกลบด้วยวัสดุเพาะการงอกของกล้ามะเขือยาวต้องการอุณหภูมิดินประมาณ 26.6-32.2 องศาเซลเซียส รดน้ำโดยใช้หัวสเปรย์ละเอียดให้ละอองน้ำเพื่อให้วัสดุเพาะชื้นเมล็ดจะงอกใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน หลังจากนั้น ในวัสดุเพาะสำเร็จรูปที่อยู่ในถาดเพาะใช้เวลาอีก 14-15 วันจึงนำต้นกล้าย้ายปลูกได้ต้นกล้าที่จะย้ายลงปลูกในแปลงควรมีอายุการเพาะประมาณ1เดือนจึงย้ายไปปลูก ซึ่งต้นกล้าจะต้องมีใบ 6-7 และความสูง 10-12ซม. สูงส่วนต้นกล้าที่เล็กและอ่อนแอให้เกษตรกรถอนทิ้งไม่ต้องนำไปปลูก

การเตรียมดินปลูก
ควรพิจารณาความแตกต่างตามสภาพของดินและระดับน้ำดังนี้ คือ
1. การเตรียมดินสำหรับพื้นที่ปลูกลาดเอียง ควรขุดหรือไถดินให้ลึกประมาณ 15 ซม. ตากดิน 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกที่สลายตัวแล้วประมาณ 20 กก. ต่อเนื้อที่5 ตารางเมตร ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา200ซีซี/น้ำ20ลิตรและสารสกัดฮิวมิคผงผสมน้ำฉีดพ่นให้ทั่วแปลงปลูกเพื่อป้องกันเชื้อราโรคพืชที่อยู่ในดินจากนั้น พรวนย่อยผิวหน้าดินให้ละเอียด
ปุ๋ยที่ใช้ในการโรยแปลงหลีกเลี่ยงการใช้ขี้วัวกินหญ้าที่ปล่อยเลี้ยงตามทุ่งเนื่องจากมีเมล็ดหญ้ามากจะก่อปัญหาให้กับเกษตรกรในอนาคตในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ควรเอามาหมักกับพ.ด.1เสียก่อน

2. การเตรียดปลูกในเขตน้ำฝน ต้องพิจารณาเลือกที่ซึ่งระบายน้ำได้ดี การกำหนดแถวปลูกให้กำหนดแถวคู่ห่างกัน 2 ม. และให้ระยะระหว่างแถวห่างกัน 1 ม. ระยะระหว่างต้น 1 X 1 ม. เมื่อเตรียมแปลงปลูกแล้วให้ใส่ปุ๋ยหมักหรือขี้วัวขุนหรือขี้หมูเนื้อ ในอัตราไร่ละ 1,200 - 3,000 กก. ทำการคลุกปุ๋ยคอกให้เข้ากับดินแล้วใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 50 กก. ต่อไร่ ในการปลูกพืชที่ต้องการปริมาณน้ำหรือพืชชอบน้ำนั้นเกษตรกรต้องทำการยกร่องแปลงเสมอเพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณโคนต้น

การติดตั้งระบบน้ำในแปลงมะเขือยาว
1.การให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ เป็นวิธีที่เกษตรกรใช้กันมาช้านาน เป็นสปริงเกอร์แบบใบพัดหมุนวน
ข้อดีคือน้ำกระจายตัวไปทั่วแปลงจ่ายปริมาณน้ำได้สูงใช้เวลาสั้นในการให้น้ำสร้างความชุ่มชื้นให้ต้นมะเขือยาวและแปลงปลูกและยังช่วยไล่แมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย
ข้อเสียคือ เกิดเชื้อโรคพืชได้ง่ายเนื่องจากความชื้นหลีกเลี่ยงการรดน้ำต้นมะเขือยาวตอนเย็น และในกรณีที่แหล่งน้ำไม่สะอาดมีการปนเปื้อนของสารเคมีจากแหล่งน้ำก็จะมีผลต่อต้นมะเขือยาว

 2.มินิสปริงเกอร์แบบหัวฉีดฝอย
        ระบบนี้เหมาะกับการปลูกพริกต้นคู่ในแปลงปลูกเดินท่อpeตรงกลางแถวคู่และเปิดจ่ายน้ำผ่านหัวมินิสปริงเกอร์แบบฉีดฝอยรัศมีความกว้างของน้ำสามารถควบคุมได้โดยแรงดันจากปั๊มน้ำระบบนี้สามารถปล่อยปุ๋ยไปพร้อมกับระบบน้ำได้
ระบบนี้ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมเนื่องจากเป็นการสร้างความชื้นให้ทั่วหน้าดินและรดใต้ทรงพุ่มเท่านั้น
        ข้อเสียคือต้องใช้เวลาในการให้น้ำนานการระบบสปริงเกอร์แบบใบพัดและหัวฉีดอุดตันได้ง่ายกว่าดังนั้นน้ำที่ใช้ต้องผ่านระบบกรองที่ดีพอสมควรไม่มีเศษใดๆหรือลูกปลาลูกกุ้งเข้ามาในระบบการให้น้ำ
รดน้ำในทุกเช้าโดยให้เกิดความชื้นแต่ต้องไม่เปียกแฉะทั้งแปลงหลีกเลี่ยงการรดน้ำในตอนเย็นซึ่งเชื้อราโรคพืชจะเจริญเติบโตได้ดี ในการติดตั้งระบบน้ำเกษตรกรควรหลีกเลี่ยงระบบน้ำหยด

การปลูกมะเขือยาว
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็เริ่มการปลูกโดยก่อนปลูก1วันให้เกษตรกรรดน้ำในแปลงปลูกให้เกิดความชื้นในชั้นดิน ขุดหลุมขนาด 30x30เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพผสมกับฮิวมิคผง+ปุ๋ยเคมี24-7-7 (1ช้อนชา) ใส่ลงไปในหลุมปลูกมะเขือยาวสูงขึ้นมาจากก้นหลุม10-15เซนติเมตร ตอกหลักไม้ไผ่รวกที่มีความยาว1-1.5เมตร ลงไปในกลางหลุม

เมื่อเตรียมหลุมปลูกพร้อมแล้วให้ทำการย้ายถาดเพาะลงไปในแปลงปลูก ปลูกแล้วกลบด้วยดินผสมกับปุ๋ยหมักในอัตราส่วนดิน2:ปุ๋ยหมัก1ส่วนจากนั้นทำการผูกต้นกล้ามะเขือยาวกับหลักเลือกใช้เชือกยางยืดหรือเศษผ้าเนื่องจากกล้ามะเขืออ่อนและหักง่ายเมื่อเจอลมแรง ในกรณีที่ไม่ผูกมัดต้นจะเอียงและล้มไม่ตั้งตรงเมื่อติดผลจะหักและผลของมะเขือยาวจะตั้งพื้นทำให้รูปร่างไม่สวยราคาไม่ดี หลักจากปลูกแล้วทำการเปิดระบบน้ำรดน้ำให้ชุ่มชื้นทั้งแปลง 

การใส่ปุ๋ย
มะเขือยาวเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยมากดังนั้นหลักคือการรักษาระดับความสมดุลของสารอาหารตลอดระยะเวลาการเจริญเติบโตยาวปุ๋ยคอกอินทรีย์เช่นปุ๋ยคอกสัตว์ปีก ขี้โคขุน ขี้หมูเนื้อ ขี้ไก่เนื้อ ใช้โรยบริเวณรอบๆโคนต้นทุกๆ3เดือนในอัตรา1กระป๋องต่อต้น (ปริมาตร5ลิตร)หรือ200-300 กก./ไร่ ใช้ปุ๋ยเคมีในอัตรา1ช้อนโต๊ะต่อต้นสูตรปุ๋ยสำหรับมะเขือยาว N: P: Kส่วนผสมเช่น 5: 7: 4  ใช้ครั้งแรกเมื่อต้นมะเขือยาวสูง 30 ซม.และที่สองหลังจากชุดแรกของให้ผลแล้วในช่วง 1-2 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับสภาพการเจริญเติบโตและปริมาณของผลมะเขือยาว

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

มะเขือยาวสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดเวลาก่อนที่จะให้มีขนาดเต็มที่  โดยปกติมะเขือยาวจะให้ผลภายใน 60-70 ทยอยตัดทุก2-3วันครั้ง ในการตัดมะเขือยาวควรใช้กรรไกรที่สะอาดเนื่องจากขั้วอาจติดเชื้อโรคพืชได้ ตัดที่ขั้วโดยทยอยเก็บผลอ่อนที่โตได้ขนาดระยะส่งตลาด นำมาบรรจุใส่ถุง หรือเข่งรอส่งตลาด


โรคและแมลงศัตรูมะเขือยาว

โรคต้นและใบไหม้แห้ง (blight)
โรคต้นและใบไหม้แห้งที่เกิดจากเชื้อ Phomopsis vexans เป็นโรคสำคัญที่ระบาดแพร่หลายและสร้างความเสียหายให้กับมะเขือยาวมากโรคหนึ่ง โดยจะก่อให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นได้หลายลักษณะ เช่น อาการโคนเน่าคอดิน (damping-off) ของต้นกล้า อาการลำต้นเน่าหรือแผลสะเก็ด (stem canker) อาการใบไหม้แห้ง (leaf blight และอาการผลเน่า (fruit rot)
อาการโรค
โรคจะเกิดขึ้นกับต้นมะเขือยาวได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ในระยะที่ยังเป็นต้นกล้าหรือต้นอ่อนจะก่อให้เกิดอาการแผลสีนํ้าตาลหรือดำขึ้นที่บริเวณลำต้น ทำให้ต้นล้มใบเหี่ยวและแห้งตายทั้งต้นคล้าย damping-off สำหรับต้นโตอาการแผลจะเกิดที่โคนลักษณะเน่าแห้ง สีนํ้าตาลหรือเทา ทำให้ลำต้นลีบหรือคอดลงบางครั้งอาจเกิดอาการเปลือกแตกลอกลักษณะเป็นแผลสะเก็ดแคงเกอร์ หากแผลเกิดขึ้นจนรอบต้นจะทำให้ต้นและใบเหี่ยวแห้งทั้งต้น พร้อมกับจะสังเกตเห็นจุดสีดำเล็กๆ ซึ่งเป็นที่เกิดของสปอร์หรือโคนิเดีย(fruiting body) เป็นจำนวนมากเกิดทั่วไปตามบริเวณแผลดังกล่าว
        บนใบอาการจะมีลักษณะเป็นแผลกลมสีนํ้าตาลอ่อนหรือเทาเช่นกัน ตรงกลางจะซีดจางเล็กน้อย แผลเก่าที่แห้งจะมีจุดสีดำของ fruiting body เกิดขึ้นเช่นกัน ใบเหล่านี้ต่อมาจะเหลือง แล้วแห้งตายในที่สุด
ที่ลูกมะเขือเมื่อถูกเชื้อเข้าทำลายจะเกิดแผลช้ำสีซีดยุบลงจากผิวปกติ แผลอาจขยายใหญ่จนเต็มลูก ถ้าเป็นมากและสิ่งแวดล้อมเหมาะสม ต่อมาก็จะเกิดจุดสีดำเล็กๆ ขึ้นเช่นกัน การเกิดอาการบนลูกมะเขือมักจะเริ่มมาตั้งแต่ยังเป็นดอก จากการเข้าทำลายของเชื้อที่กลีบดอกชั้นนอก จากนั้นก็ลามต่อมายังก้านลูก และลูกในที่สุด และถ้าลูกยังเล็กจะก่อให้เกิดอาการที่เรียกว่ามัมมี่ (black mummy) แห้งเหี่ยวตายทั้งลูก
การป้องกันกำจัด
1. ใช้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาดปราศจากเชื้อปะปน หากไม่แน่ใจก่อนปลูกให้นำมาแช่ในนํ้าอุ่น 49 - 50 องศาเซลเซียส นาน 30 ที แล้วนำมาจุ่มลงในนํ้าละลายจุนสี (CuSO4) อีกทีหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยนำไปปลูก
2. เมื่อต้นกล้างอกพ้นพื้นดินถ้าเมล็ดมีเชื้อปะปนมาหรือในดินมีเชื้ออยู่อาจจะเกิดการติดเชื้อขึ้น เพื่อให้ปลอดจากโรคให้ฉีดพ่นต้นกล้าด้วยสารเคมีไธแรมหรือแคปแตน 50-60 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ทุกๆ 5-7 วัน และหลังจากย้ายกล้าไปปลูกในแปลงใหญ่แล้วหากเกิดโรคระบาดขึ้นให้พ่นด้วยสารเคมีมาเน็บ หรือแมนเซทดี ทุก 5-7 วัน จนกว่าจะพ้นระยะระบาดของโรค
3. หลีกเลี่ยงการปลูกมะเขือซํ้าลงไปในแปลงหรือดินปลูกที่เคยมีโรคระบาดอย่างน้อย 3 ปี โดยนำพืชชนิดอื่นที่ไม่ใช่มะเขือยาวมาปลูกสลับ
4. เก็บทำลายเศษซากพืชที่พบว่าเป็นโรคและต้นมะเขือที่งอกหลังเก็บเกี่ยวแล้วให้หมด

โรคแอนแทรคโนสหรือผลเน่า (Colleto trichum fruit rot)
เป็นโรคที่ส่วนใหญ่จะพบเป็นกับต้นมะเขือที่อ่อนแอ ไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลที่ดี โดยจะทำความเสียหายกับลูกมะเขือที่โตเต็มที่หรือปล่อยไว้จนแก่คาต้นเกิดเป็นแผลเน่าดำ ร่วงหลุดจากต้น
อาการโรค
ลูกมะเขือที่โตเต็มที่หรือปล่อยทิ้งไว้จนแก่จะเกิดอาการแผลค่อนข้างกลมสีนํ้าตาล ยุบเป็นแอ่งจมลงไปในเนื้อ แผลที่เกิดอาจจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ หรือโตถึงครึ่งนิ้ว และถ้าเป็นมากจนแผลที่เกิดขึ้นมาชนต่อเชื่อมกันแผลก็อาจจะใหญ่กว่านั้น เมื่ออากาศชื้นจะพบว่ามีผงสปอร์หรือโคนิเดียของราเป็นสีชมพูเห็นได้ชัดเจน ลูกมะเขือที่ถูกเชื้อเข้าทำลายรุนแรงจะหลุดล่วงลงดิน เหลือส่วนที่เป็นก้านติดอยู่กันต้น ต่อมาอาจมีพวกเชื้อเน่าเละเข้าทำลายต่อทำให้เน่าทั้งลูก หรือไม่ก็เน่าแห้งเป็นสีดำ นอกจากบนลูกแล้ว เชื้อ C. melongenae อาจเข้าทำลายใบมะเขือทำให้เกิดอาการแผลจุดสีเหลืองหรือนํ้าตาลขึ้น แต่แผลที่ใบส่วนใหญ่จะไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นและผลผลิต นอกจากในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมจริงๆ เท่านั้น
การป้องกันกำจัด
การป้องกันกำจัดโรคแอนแทรคโนสหรือผลเน่าของมะเขือ ทั้งวิธีปฏิบัติต่างๆ และการใช้สารเคมีสามารถทำได้โดยวิธีเดียวและชนิดเดียวกันกับโรคต้นและใบไหม้แห้งของมะเขือที่เกิดจากเชื้อ Phomopsis vexans

แมลงหวี่ขาว
แมลงหวี่ขาวในปุจจุบันนับว่าทวีความสำคัญต่อการปลูกมะเขือมากขึ้น มะเขือทุกชนิดได้รับความเสียหายโดยตรงจากแมลงหวี่ขาวมากขึ้น และที่สำคัญกว่านั้นแมลงหวี่ขาวยังเป็นพาหะนำโรคใบด่างเหลืองซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ทำให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตมะเขือสั้นลง และมีผลต่อคุณภาพของผลมะเขือด้วยแมลงหวี่ขาวระบาดได้ตลอดทั้งปี และจะรุนแรงมากในช่วงฤดูแล้งและร้อน ในปัจจุบันแมลงหวี่ขาวมีการต้านทานสารเคมีมากขึ้น โดยเฉพาะสารเคมีในกลุ่มใหม่ๆล่าสุด ต้องมีการใช้สารเคมีมากขึ้นเกือบเท่าตัว

การป้องกันกำจัด
1.ตรวจแปลงปลูกอยู่เสมอ พลิกดูบริเวณใต้ใบมะเขือ หากพบตัวเต็มวัยของแมลงหวี่ขาวเริ่มเข้ามาวางไข่ ให้เตรียมการใช้สารเคมี
2.สารเคมีที่แนะนำได้แก่ แอสเซ้นด์ สตาร์เกิล โดยให้ใช้อัตราเป็นสองเท่าที่แนะนำในเพลี้ยไฟ และให้ใช้ร่วมกับไวต์ออย ในอัตรา 50 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร หากมีการระบาด
ให้ฉีดพ่นทุก 5 วัน 2-3 ครั้ง
เพลี้ยไฟ
เพลี้ยไฟเป็นแมลงที่มีความสำคัญมากที่สุดชนิดหนึ่ง การระบาดของเพลี้ยไฟจะทำให้มะเขือหยุดการเจริญเติบโต ใบแข็งกระด้าง บิดเบี้ยวเสียหาย เพลี้ยไฟส่วนใหญ่
จะอยู่บริเวณยอดอ่อน ด้านใต้ใบ เมื่อมีการทำลาย จะเห็นด้านใต้ใบเป็นสีน้ำตาลแดง หากทำลายที่ผล ทำให้ผลเป็นจุดกระด้างเสียคุณภาพ
การป้องกันกำจัด
1.ตรวจดูด้านใต้ใบมะเขือบริเวณยอดอยู่เสมอ หากพบการทำลายให้วางแผนกำจัดทันที
2.สารเคมีที่แนะนำให้ใช้ได้แก่ สารอิมิดาโครพริด และ สารฟิโปรนิล

มะเขือยาว ( 19 รายการ )



รหัสสินค้า A131

โมสาท บี-พลัส

แคลเซียม + โบรอน




 

รหัสสินค้า A133

โมสาท ซิงค์

 




 

รหัสสินค้า A202

เกอมาร์ นาโน

 






 

รหัสสินค้า A422

มะเขือยาวม่วง

มะเขือยาวม่วง




 


รหัสสินค้า A424

มะเขือยาว

มะเขือยาว




 

รหัสสินค้า A119

ฟอสฟิทอล เอ็กซ์ตร้า

สูตร 0-30-18




 

รหัสสินค้า A165

มามีโกร

สูตร 12-9-6




 

รหัสสินค้า A187

สตาร์เกิล จี

ไดโนทีฟูแรน








 


รหัสสินค้า A147

แอคทารา 25ดับบลิวจี

ไทอะมีทอกแซม




 

รหัสสินค้า A196

นูแทค บาลานซ์

สูตร 14-14-11




 

รหัสสินค้า A192

นูแทค ซุปเปอร์-เค

สูตร 6-12-26




 

รหัสสินค้า A170

ฮอร์ทิไดน์

สูตร 25-5-5




 


รหัสสินค้า A174

นูริช

แคลเซียม โบรอน




 

รหัสสินค้า A171

เบสมอร์

 




 

รหัสสินค้า A132

โมสาท แม็ก

 




 

รหัสสินค้า A90

อินเตอร์-เอ็มเอ็กซ์

MgO 4% + CaO 2% + S 5%+ Fe 1% + Mn 0.8% + Cu 0.15% + Zn 8% + B 4.5% + Mo 0.14%




 


รหัสสินค้า A169

มามีโกร

สูตร 13-0-46




 

รหัสสินค้า A167

มามีโกร

สูตร 6-32-35




 

รหัสสินค้า A200

สตาร์เกิล เอสแอล

ไดโนทีฟูแรน




 




เพลี้ยแป้ง(10), สาบเสือ(3), แมลงปากดูด(3), หนอนใยผัก(5), เพลี้ยไฟ(13), หนอนชอนใบ(4), เพลี้ยอ่อน(6), แมลงหวี่ขาว(6), เพลี้ยจั๊กจั่น(6), เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล(17), หนอน(2), หนอนกระทู้หอม(3), หนอนเจาะสมอฝ้าย(5), หนอนกอ(2), หนอนม้วนใบ(1), หนอนปลอก(1), ด้วงหมัดผัก(1), เพลี้ยจั๊กจั่นฝ้าย(7), โรคผลเน่าในชมพู่(1), โรคราน้ำค้าง(9), โรคกาบแห้งในข้าว(1), เชื้อรา(6), โรคไหม้(7), โรคใบจุด(10), โรคแอนแทรคโนส(9), โรคปื้นเหลืองในกล้วยไม้(2), โรคใบจุดในผักตระกูลกะหล่ำ(2), โรคใบจุดสีม่วง(5), โรคราแป้ง(2), โรคใบจุดดำ(3), โรคใบจุดสีน้ำตาล(5), โรคใบขีดสีน้ำตาล(2), โรคกาบใบแห้ง(3), โรคเมล็ดด่าง(6), เชื้อราไฟทอบธอรา(1), เชื้อราพิเทียม(1), โรคราสนิม(5), โรคเน่าคอดิน(2), หนอนกระทู้หลอดหอม(1), หนอนกระทู้(5), ขาเขียด(2), เทียนนา(5), กกขนาก(5), กกทราย(6), หนวดปลาดุก(5), วัชพืชใบกว้าง(12), วัชพืชใบแคบ(16), หญ้าข้าวนก(10), หญ้าดอกขาว(16), หญ้ากระดูกไก่(7), กก(8), ผักปอดนา(8), แห้วหมู(7), หญ้านกสีชมพู(13), หญ้าปากควาย(13), หญ้าตีนนก(12), หญ้าตีนติด(11), หญ้าตีนกา(10), ผักเบี้ยหิน(11), ผักโขม(12), ผักโขมหนาม(4), สาบแร้งสาบกา(1), หญ้าแดง(1), หญ้าคา(2), ไมยราบยักษ์(2), หญ้าขน(1), หญ้าชันอากาศ(2), สารบำรุงพืช(3), เร่งออกดอกนอกฤดู(2), เร่งการเจริญเติบโตของพืช(2), ช่วยการเจริญเติบโตของดอกและผล(3), ช่วยส่งเสริมให้พืชติดดอกออกผลดี(8), ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช ด้านลำต้น และใบ(6), ช่วยในการผสมเกสร(1), ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช(5), เพลี้ยไฟข้าว(3), แมลงหวี่ขาวยาสูบ(5), เพลี้ยอ่อนลูกท้อ(2), ผักเบี้ยใหญ่(3), น้ำนมราชสีห์(5), กะเม็ง(5), ลูกใต้ใบ(3), โรคเกสรดำ(2), หญ้ายาง(6), ปอวัชพืช(3), โคกกระสุน(3), ตีนตุ้กแก(5), ผักปลาบ(2), หญ้าแพรก(3), หญ้าชันกาด(1), หญ้ารังแก(1), เซ่งใบมน(1), โรคเน่าดำ(3), ขาดธาตุสังกะสี(1), อาการไส้กลวง(2), โรคใบปื้นเหลือง(2), โรคใบขี้กลากในกล้วยไม้(1), หนอนเจาะฝักลายจุด(2), หนอนหัวดำมะพร้าว(2), อาการใบแก้วในส้ม(1), ไรแดงแอฟริกา(1), โรคแคงเกอร์(2), โรคต้นเน่า(1), โรคใบไหม้(4), หนอนห่อใบข้าว(2), หนอนกออ้อย(2), หนอนเจาะผล(2), เพลี้ยไฟพริก(1), แอนแทรคโนส(3), หญ้าพะดอเงียว(2), ผักเสี้ยนผี(3), ถั่วผี(2), โทงเทง(2), หญ้าโขย่ง(2), เพิ่มผลผลิตอละคุณภาพของดอก(1), หญ้าหางนกยูง(1), กระดุมใบเล็ก(2), ผักโขมหิน(2), หอยเชอรี่(2), โรคปลายยอดไหม้(1), โรคใบพุพอง(1), ปาล์มวัชพืช(1), หญ้าขจรจบดอกเหลือง(1), หญ้าไข่เหาหลวง(1), สาบม่วง(5), สอึก(1), ช่วยลดความเป็นด่างของผิวหน้าใบ(1), ช่วยกระตุ้นการแตกตา(3), หญ้ารังนก(2), ครอบจักรวาล(1), ถั่วลิสงนา(1), ขยุ้มตีนหมา(1), หญ้าละออง(1), แมลงสาบ(1), มด(1), ตัวสามง่าม(1), แมลงคลาน(1), หญ้ามาเลเซีย(1), หญ้าเห็บ(1), หญ้าขจรจบดอกใหญ่(1), กระดุมใบใหญ่(1), ไมยราบ(2), ผักคราดหัวแหวน(1), ผักเสี้ยนขน(1), กกดอกเขียว(1), กกตุ้มหู(1), หญ้าดอกขาวไร่(1), ตำแยแมว(1), หญ้าหางนกยูงใหญ่(2), โรคใบแก้ว(1), ช่วยเสริมสร้างคลอโรฟิลล์(1), ควบคุมการออกดอกนอกฤดู(1), โรคเหี่ยวจากเชื้อรา(1), โรคเถาแตกยางไหล(1), โรคยางไหล(1), โรคเหี่ยวที่เกิิดจากเชื้อแบคทีเรีย(1), โรครากบวม(1), โรครากเน่า(4), โรคลำต้นไหม้(2), โรคกิ่งไหม้(1), โรคเหี่ยว(1), โรคตายพราย(1), ส่งเสริมการออกดอก(1), เพิ่มจำนวนช่อดอก(1), ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากพืช(1), กระดุมใบ(1), เปล้าทุ่ง(1), หญ้าหวาย(1), กระเม็ง(1), โรคดอกจุดสนิม(1), หญ้าขจรจบดอกเล็ก(1), กระตุ้นการออกดอกและเสริมสร้างคุณภาพเนื้อผล(1), กระตุ้นการแตกกอ (1), กระตุ้นการเจริญเติบโต(1), กระตุ้นการออกดอก(1), ช่วยให้พืชทนแล้ง(1), หนามกระสุน(1), หญ้าเขมร(1), ผักยาง(1), โสนหางไก่(1), หนอนด้วงอ้อย(1), ด้วงหนวดยาว(1), ด้วงเต่าแตง(1), แมลงดำหนามมะพร้าว(1), ด้วงเต่ามะเขือ(1), ตัวอ่อนด้วงเต่าแตง(1), โรครากเน่าโคนเน่า(1), โรครากเน่าคอดิน(1)