ปุ๋ยเคมี (31)
 โรคพืช (41)
 สารกำจัดแมลง (39)
 วัชพืช (36)
 สารบำรุงพืช (19)
 สารชีวภัณฑ์ (4)


 ไร (2)
 แมลง (13)
 หนอน-ศัตรูพืช (17)
 มอด (0)
 เพลี้ย (19)
 วัชพืช (33)
 เชื้อราพืช (40)
 หอยเชอรี่ (2)
 ไวรัสพืช (0)
 แบคทีเรียในพืช (3)
 ด้วง (1)


 กระเจี๊ยบเขียว (4)
 กระเจี๊ยบ (1)
 กระชาย (1)
 กระเทียม (6)
 กระหล่ำปลี (17)
 กระหล่ำ (10)
 กล้วยไม้ (31)
 กล้วย (4)
 กวางตุ้ง (10)
 กะหล่ำดอก (6)
 กาแฟ (9)
 กุหลาบ (35)
 แก้วมังกร (1)
 โกสน (23)
 ขนุน (18)
 ข้าวโพดหวาน (2)
 ข้าวโพด (11)
 ข้าวฟ่าง (2)
 ข้าว (49)
 ขิง (2)
 คะน้า (19)
 แคคตัส (1)
 แคนตาลูป (1)
 แครอท (20)
 งา (1)
 เงาะ (11)
 ชบา (23)
 ชมพู่ (10)
 ชวนชม (4)
 ชา (8)
 ดาวเรือง (32)
 แตงกวา (30)
 แตงโม (18)
 แตงร้าน (9)
 ถั่วเขียว (6)
 ถั่วฝักยาว (29)
 ถั่วลันเตา (22)
 ถั่วลิสง (4)
 ถั่วเหลือง (8)
 ทานตะวัน (2)
 ทุเรียน (21)
 น้อยหน่า (13)
 บอน (2)
 เบญจมาศ (25)
 ปาล์ม (4)
 โป๊ยเซียน (3)
 ผักกาดขาว (7)
 ผักกาดขาวปลี (2)
 ผักกาดหอม (24)
 เผือก (1)
 ฝรั่ง (18)
 ฝ้าย (10)
 พริก (22)
 พริกไทย (1)
 พุทรา (2)
 ฟัก (1)
 เฟิร์น (1)
 เฟื่องฟ้า (22)
 แฟง (1)
 มะขาม (3)
 มะเขือ (17)
 มะเขือเทศ (22)
 มะเขือเปราะ (11)
 มะเขือยาว (14)
 มะนาว (15)
 มะพร้าว (2)
 มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง (1)
 มะม่วง (40)
 มะยงชิด (1)
 มะระ (1)
 มะละกอ (3)
 มะลิ (9)
 มังคุด (14)
 มันเทศ (3)
 มันฝรั่ง (32)
 มันสำปะหลัง (2)
 เมล่อน (1)
 ยางพารา (1)
 ยาสูบ (6)
 เยอบีร่า (24)
 ลองกอง (12)
 ลันเตา (1)
 ลั่นทม (23)
 ลางสาด (1)
 ลำไย (25)
 ลิ้นจี่ (18)
 ลีลาวดี (27)
 ว่าน (2)
 สตรอเบอรี่ (1)
 ส้มเขียวหวาน (4)
 ส้มโอ (14)
 ส้ม (20)
 สละ (3)
 สับปะรด (29)
 หน่อไม้ฝรั่ง (4)
 หน้าวัว (3)
 หอม (27)
 หอมแดง (3)
 หอมหัวใหญ่ (5)
 อโกลนีมา (3)
 องุ่น (11)
 อ้อย (11)


 แก๊พ อินดัสตรีส์ (4)
 เจียไต๋ (11)
 เชอร์วู้ด เคมิคอล (4)
 ซาโกร (1)
 ซินเจนทา (9)
 โซตัส (35)
 ดาว อะโกรไซแอนส์(ประเทศไทย) (1)
 ดาว อะโกรไซแอนส์ (0)
 ดูปองท์ (3)
 ที.เจ.ซี. เคมี (1)
 เทพวัฒนา (13)
 ไทยเฮอบิไซด์ (1)
 ไบเออร์ (9)
 ลัดดา (64)
 เอ็มซี อะโกร-เคมิคัล (3)
 เอราวัณ (11)

วัชพืช


วัชพืช (weeds) ในทางเกษตร หมายถึงพืชที่ขึ้นผิดที่หรือพืชที่ขึ้นในที่ที่ไม่ต้องการให้ขึ้นและทําให้มีผลกระทบต่อระบบการผลิตทางเกษตรในด้านที่เป็นโทษมากกว่าเป็นประโยชน์ ในทางนิเวศน์วิทยา วัชพืช หมายถึงพืชที่ขึ้นและปรับตัวเข้ากับบริเวณที่ถูกรบกวนโดยมนุษย์หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ วัชพืช จัดเป็นสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพชนิดหนึ่งของมนุษย์ที่สามารถพบได้ทั่วๆ ไป ไม่ว่าในสนามหญ้า ข้างทาง ริมถนน ริมรั้ว คูน้ำ แหล่งน้ำ สวน บริเวณปลูกพืช ทุ่งหญ้า บริเวณสาธารณสถาน และในป่า พืชปลูกบางชนิดอาจถูกจัดเป็นวัชพืชได้หากขึ้นผิดที่ผิดเวลา เช่น ข้าวซึ่งร่วงหล่นในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นงอกขึ้นมาในแปลงถั่วซึ่งปลูกหลังฤดูการทํานา ข้าวที่งอกขึ้นมาในโอกาสเช่นนี้จัดเป็นวัชพืชได้ ศัพท์ทางเกษตรเรียกข้าวซึ่งงอกในภาวะเช่นนี้ว่า volunteer rice ซึ่งจัดเป็นวัชพืช เพราะเป็นพืชที่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต อย่างไรก็ตามพืชปลูกที่ขึ้นมารบกวนในพืชหมุนเวียนในลักษณะเป็น volunteer นี้ไม่ได้ถือว่าเป็นศัตรูพืชที่รุนแรงเท่ากับพืชที่เป็นวัชพืชจริงๆ ซึ่งหมายถึงพืชที่มีประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจน้อยแต่มีโทษต่อพืชปลูกและระบบการผลิตทางเกษตรค่อนข้างมาก

การจำแนกชนิดของวัชพืช (Weed classification)

1. จำแนกตามวงจรชีวิต (life cycle)
1.1 วัชพืชฤดูเดียวหรือวัชพืชปีเดียวหรือวัชพืชล้มลุก (annual weeds)
เป็นวัชพืชที่มีอายุเพียงฤดูเดียวหรือปีเดียว หลังจากงอก ออกดอก ผลิตเมล็ดครั้งเดียวแล้วก็ตายขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เช่น หญ้าตีนกา ผักโขม ผักยาง
1.2 วัชพืชข้ามปีหรือวัชพืชหลายฤดู (perennial weeds)
เป็นวัชพืชที่มีอายุมากกว่า 2 ปี เจริญเติบโต ออกดอก และผลิตเมล็ดได้หลายครั้ง สำมารถขยายพันธุ์ได้ทั้งเมล็ด และส่วนขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ ได้แก่ เหง้า หัว ไหล เช่น หญ้าคา แห้วหมู หญ้าชันกาด
2. จำแนกตามสัณฐานวิทยา
2.1 วัชพืชใบแคบ (narrow leaf weeds)
เป็นวัชพืชที่มีแผ่นใบบาง แคบ เรียว ยาว เส้นใบจัดเรียงแบบขนานกับเส้นกลางใบ (parallel venation)ได้แก่ วัชพืชพวกหญ้า (grasses) ในตระกูล Gramineae (Poaceae) (มีรอบต่อของกาบใบและแผ่นใบชัดเจน) และกก (sedges) ซึ่งอยู่ในตระกูล Cyperaceae เช่น หญ้ารังนก หญ้าหนวดเสือ กกทราย หนวดปลาดุก
2.2 วัชพืชใบกว้าง (broadleaf weeds)
เป็นวัชพืชพวกใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ ใบเมื่อแผ่เต็มที่จะกว้าง และมีเส้นใบจัดเรียงแบบร่างแหหรือตาข่าย (net venation) เช่น สาบเสือ ผักโขมหนาม ผักงวงช้าง ผักตบไทย
3. จำแนกตามนิเวศวิทยา
3.1 วัชพืชบก (terrestrial weeds)
หมายถึง วัชพืชที่ขึ้นอยู่บนพื้นดิน พบอยู่โดยทั่วไปในพื้นที่การเกษตร ที่รกร้างริมถนน ที่ว่างระหว่างอาคารบ้านเรือน เช่น กระดุมใบ, ครามขน
3.2 วัชพืชน้ำ (aquatic weeds)
หมายถึง วัชพืชที่มีลำต้น หรือส่วนของลำต้นเจริญเติบโตอยู่ในน้ำ แบ่งเป็น 4กลุ่ม คือ
1. วัชพืชลอยน้ำ (floating weeds)
วัชพืชที่มีส่วนของลำต้นลอยอยู่ตำมผิวน้ำรากหยั่งถึงดินใต้น้ำถ้าเจริญเติบโตอยู่บริเวณน้ำตื้น เช่นแหน, ผักตบชวา, จอก
2. วัชพืชใต้น้ำ (submerged weeds)
วัชพืชที่มีลำต้นเจริญใต้น้ำ หรือทอดไปตามผิวน้ำเช่น สำหร่ายหางกระรอก, สันตะวา
3. วัชพืชโผล่เหนือน้ำ (emerged weeds)
วัชพืชที่ชอบขึ้นบริเวณน้ำตื้น รากหยั่งลงดินส่งใบและดอกโผล่พ้นน้ำ เช่น ธูปฤาษี, เทียนนา, ขาเขียด,บัว, สาหร่ายญี่ปุ่น
4. วัชพืชชายน้ำ (marginal weeds)
วัชพืชที่ชอบขึ้นบริเวณชายน้ำหรือริมตลิ่ง เช่น ผักแว่น, ผักไผ่น้ำ
3.3 วัชพืชอำศัยพืชอื่น (parasitic weeds)
เป็นวัชพืชที่มีราก หรือ haustoria แทงเข้าไปดูดน้ำและอาหารจากพืชที่มันอาศัยอยู่ เช่น กาฝากมะม่วง หญ้าแม่มด
4. จำแนกตามลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นการจำแนกเพื่อให้ทราบชื่อวิทยาศาสตร์ (scientific name) ของวัชพืชแต่ละชนิด ซึ่งวัชพืชแต่ละชนิดมีชื่อวิทยาศาสตร์เพียงชื่อเดียว แต่อาจมีชื่อสามัญหลายชื่อแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เพื่อป้องกันการสับสนในการเรียกชื่อ จึงใช้ชื่อวิทยาศาสตร์เป็นหลักในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ชื่อวิทยาศาสตร์พยางค์แรกเป็น ชื่อ genus ตามด้วยชื่อ species ตามระบบการตั้งชื่อที่เรียกว่า binomial system

ตัวอย่างวัชพืชฤดูเดียวหรือวัชพืชปีเดียวหรือวัชพืชล้มลุก (annual weeds)

หญ้าตีนกา
ชื่ออื่นๆ: เยอคุม หญ้าปากคอก หญ้าปากคอก หญ้าตีนนก หญ้าผากควาย
ชื่อสามัญ: Goose grass, Fowe foot grass, Wire grass, Yard grass
ชื่อวิทยาศาสตร์: Eleusine indica (L.) Gaertn
วงศ์: GRAMINEAE (POACEAE)
ลักษณะพฤกษศาสตร์
เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลำต้นสั้นตั้งเป็นกอ ความสูงของกอประมาณ 50 ซม. ลำต้นแบนสีขาว - เขียวอ่อน แตกต้นใหม่ที่โคนกอเป็นกอขนาดใหญ่ ใบรูปแถบยาวปลายเรียวแหลม โคนใบมีขนไม่แข็งนัก กาบใบค่อนข้างใหญ่สีเขียวอ่อน - ขาวหุ้มซ้อนทับใบที่เกิดลำดับหลัง ออกดอกที่ปลายยอด ก้านดอกสีเขียวกลมยาว และแตกช่อดอกที่ส่วนปลาย 3 - 8 ช่อ ในแต่ละช่อย่อยมีดอกย่อยจำนวนมาก
การขยายพันธุ์ - แยกกอ และเพาะเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- ใช้วิธีการเขตกรรม เช่น ถาก ตัด ให้สั้นไม่ให้ออกดอก หรือขุดทิ้ง
- ใช้สารเคมีต่างๆ เช่น กรัมม็อกโซน โกลด์ (พาราควอต ไดคลอไรด์) ทัชดาวน์ (ไกลโฟเซต, ไตรมีเซียมซอลต์) หรือ วันไซด์ (ซุปเปอร์)
ผักโขม
ชื่อสามัญ Amaranth
ชื่อวิทยาศาสตร์: Amaranthus viridis
ชื่อวงศ์ : AMARANTHACEAE
ชื่ออื่นๆ: ผักขม (ภาคกลาง) ผักโหม ผักหม (ภาคใต้), ผักโหมเกลี้ยง (แม่ฮ่องสอน) กระเหม่อลอเตอ (แม่ฮ่องสอน, กะเหรี่ยง)
ลักษณะทั่วไป
ผักโขมเป็นพืชล้มลุกทรงพุ่มเตี้ย มีความสูงประมาณ 30-100 เซนติเมตร ลักษณะของลำต้นจะตั้งตรง อวบน้ำ มีสีเขียว กิ่งก้านสาขาแตกออกมามากมาย บริเวณโคนต้นจะเป็นสีน้ำตาลแดง ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่คล้ายสามเหลี่ยม ออกเป็นใบเดี่ยวสลับกัน ความกว้างของใบมีประมาณ 2.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5-12 เซนติเมตร ผิวและขอบใบเรียบ หรืออาจมีขนเล็กน้อยที่ผิวใบ ส่วนหลังใบจะมีลักษณะเป็นคลื่นเล็กน้อย ผักโขมมีดอกเป็นสีม่วงปนเขียว มักออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ซึ่งภายในดอกจะมีดอกย่อยอัดตัวกันแน่นเรียงรายอยู่ ลักษณะของเมล็ดจะมีขนาดเล็ก รูปทรงกลม มีสีน้ำตาลเกือบดำ
การขยายพันธุ์ - ด้วยการเพาะเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- ใช้วิธีการเขตกรรม เช่น ถาก ตัด
- ใช้สารเคมีต่างๆ เช่น บาสต้า (กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม), ไดพิม 50 เอสซี (อาทราซีน), ไดพิม 90 (อะทราซีน), พาราควอต (พาราควอตไดคลอไรด์), อามีทรีน50 (อะมีทรีน), ไกลโฟเซต48 (ไกลโฟเซต ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม ), กรัมม็อกโซน (พาราควอตไดคลอไรด์), ก๊อกโซน (พาราควอตไดคลอไรด์), เอธายูรอน 80 ดับบลิวจี (ไดยูรอน)

ตัวอย่างวัชพืชข้ามปีหรือวัชพืชหลายฤดู (perennial weeds)

หญ้าคา
ชื่ออื่นๆ: เก้อฮี ลาลาง แฝกคา คา
ชื่อสามัญ: Cogon grass, Alang-alang, Lalang
ชื่อวิทยาศาสตร์: Imperata cylindrica (Linn.) Beauv.
วงศ์: POACEAE (GRAMINEAE)
ลักษณะพฤกษศาสตร์
เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวล้มลุก มีอายุอยู่ข้ามฤดูและนานหลายปี สูงประมาณ 50 - 100 ซม. มีเหง้าใต้ดินรูปร่างยาวสีขาวและแข็งมาก ปลายแหลม ใบเดี่ยวแทงออกจากเหง้ารูปแถบยาว ปลายแหลม โคนสอบเรียว กว้าง 1 - 2 ซม. ยาวได้ถึง 1 ม. ขอบใบคม ผิวใบมีขนสั้นแข็งเกาะติดจำนวนมาก ลำต้นแข็งยาวใบแข็งและสาก ดอกออกเป็นช่อ โดยก้านช่อดอกออกจากเหง้าสูงเสมอปลายใบ ดอกย่อยเกาะเวียนรอบปลายช่อ ดอกย่อยเล็กมีขนสีขาวฟูรอบๆ ดอก ก้านดอกสั้น ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตกรูปรี เมล็ดสีเหลือง
การขยายพันธุ์ - เหง้า และเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- ใช้วิธีการเขตกรรม เช่น ถาก ตัด ให้สั้นไม่ให้ออกดอก หรือขุดทิ้ง
- ใช้สารเคมีต่างๆ เช่น ไกลโฟเซต 48(ไกลโฟเซต-ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม) หรือ อัพดาว (ไกลโฟเซต-ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม)
แห้วหมู
ชื่ออื่นๆ: แห้วหมู หญ้าขนหมู
ชื่อสามัญ: Nut grass, Cocograss
ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyperus rotundus Linn.
วงศ์: CYPERACEAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์
เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดินมีลักษณะเป็นหัวกลมมีตาจำนวนมาก และสามารถแทงไหลไปได้ไกลแล้วเกิดหัวใหม่เจริญขึ้นเป็นต้นเหนือดิน ลำต้นสั้น ใบเกิดที่ลำต้นชิดแน่นโดยเป็นกาบใบหุ้มซ้อนม้วนทับกันชูขึ้นเหมือนลำต้น แล้วแผ่เป็นแผ่นใบแบนรูปแถบยาวปลายแหลม กลางใบเป็นสันร่องผิวใบเรียบสีเขียวเข้ม กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาว 25 ซม. ดอกเกิดที่ปลายยอด ก้านช่อดอกเป็นรูปเหลี่ยมสีเขียวเข้มแทงขึ้นสูง ยาวประมาณ 30 ซม. แล้วแตกเป็นช่อย่อยอีกหลายช่อ ดอกย่อยสีน้ำตาลจำนวนมาก ผลรูปขอบขนาน ปลายแหลมสีน้ำตาลหรือสีดำ
การขยายพันธุ์ - เมล็ด หรือหัวใต้ดิน
การป้องกันและกำจัด
- ใช้วิธีใช้แรงงานคน คือใช้มือในการถอนและใช้อุปกรณ์อื่นช่วยในการขุดรากถอนโคนขึ้นมาให้หมด
- ใช้สารเคมีช่วยในการกำจัด โดยสารเคมีที่แนะนำให้ใช้ได้แก่ บาสต้า (กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม), ไกลโฟเซต-ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม, อัพดาว (ไกลโฟเซต ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม), ไดโอ (ไพราโซซัลฟูรอน-เอทิล), กรัมม็อกโซน (พาราควอตไดคลอไรด์), คาราวาน (ไกลโฟเซต ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม) หรือ เอซโซนัด95 (2,4-ดี โซเดียม) โดยใช้อัตราส่วนและคำแนะนำต่างๆตามฉลากอย่างเคร่งครัด

ตัวอย่างวัชพืชใบแคบ (narrow leaf weeds)

หญ้ารังนก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chloris barbata Sw.
วงศ์/อันดับ : Poaceae (Gramineae) (วงศ์ไผ่และหญ้า)
ชื่อท้องถิ่น : หญ้ารังนก
ลักษณะทางพฤกศาสตร์
ลำต้น ตั้งตรงสูงประมาณ 30 - 100 เซนติเมตร ลำต้นเรียบ ส่วนโคนต้นแบบ บริเวณข้อมีสีน้ำตาลออกม่วง แตกรากตามข้อ มีไหลแตกออกจากต้นเดิมทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน แล้วเกิดเป็นต้นใหม่ได้ ใบ เป็นใบเดี่ยว แผ่นใบเรียวยาวประมาณ 10 -20 เซนติเมตร มีขนค่อนข้างยาว ตามขอบใบตรงรอยต่อระหว่างแผ่นใบกับกาบใบ กาบใบเรียบ ดอก ออกเป็นช่อเชิงลดประกอบ (compound spike) ที่ปลายยอดมีช่อดอก แตกออกเป็นเส้นคล้ายนิ้วมือยาวขึ้นไป 5 - 20 ช่อ ยาวประมาณ 5 - 8 เซนติเมตร ดอกสีม่วง ช่อดอกย่อยมีขนาดเล็กยาว 2 - 3 เซนติเมตร ปลายช่อดอกย่อยมีเส้นขนสีม่วง 3 เส้น ประมาณ 4 - 6 เซนติเมตร ผล แบบผลธัญพืช (caryopsis)
การขยายพันธุ์ - โดยอาศัยเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- การกำจัดด้วยการถากหรือการถอนต้นด้วยมือ
- การปล่อยให้โค กระบือ แทะเล็ม โดยเฉพาะในช่วงที่หญ้ารังนกกำลังแทงก้านดอก ซึ่งจะช่วยลดการแพร่กระจายในพื้นที่รอบข้างได้
- ใช้สารเคมีฉีดพ่น โดยสารเคมีที่แนะนำได้แก่ เอธาบาส (กลูโฟซิเนต-แอมโมนียม), เอธายูรอน 80 ดับบลิวจี (ไดยูรอน)
กกทราย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyperus iria L.
วงศ์/อันดับ : Cyperaceae (วงศ์กก-แห้ว)
ชื่อท้องถิ่น : กกทราย : หญ้ากกทราย : กกหัวแดง : หญ้ากกเล็ก : หญ้ารังกาข้าว : หญ้าหัวแดง : ฮังกาขาว
ลักษณะทางพฤกศาสตร์
ลำต้น ตั้งตรง สูง 20 - 60 เซนติเมตร ลำต้นส่วนที่ชูช่อดอกเป็นสามเหลี่ยม มีรากฝอยสีน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกที่โคนต้น ใบเรียวยาว ส่วนมากจะสั้นกว่าลำต้น กว้าง 3 - 6 มิลลิเมตร (บางครั้งอาจพบถึง 8 มิลลิเมตร) โคนใบค่อนข้างบาง และเชื่อมติดกัน หุ้มส่วนของลำต้นเอาไว้ ขอบใบเรียบแต่ส่วนปลายจะขรุขระเล็กน้อย ปลายใบแหลม ดอก ออกเป็นช่อเดี่ยวหรือช่อซี่ร่มประกอบ (simple or compound umbel) เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 - 30 เซนติเมตร ที่โคนก้านช่อดอกแบบช่อเชิงลด (spike) ก้านช่อดอกยาวไม่เท่ากัน ยาว 2 - 5 เซนติเมตร ช่อดอกประกอบด้วยช่อดอกย่อย ซึ่งแผ่ตรงออกไปแน่น ก้านสั้น ๆ มีจำนวน 6 - 24 ช่อดอก ซึ่งเรียงสลับข้างกัน ดอกย่อยมีกาบ เป็นรูปไข่กว้าง ยาว 1.2 - 1.5 มิลลิเมตร ตอนปลายหยักเว้าเข้าเล็กน้อย สีเขียวอ่อน มีลายเส้น 3 เส้น เกสรตัวผู้มี 2 อัน ก้านเกสรตัวผู้สั้นกว่ากาบเล็กน้อย อับละอองเรณู 2 เซลล์ เกสรตัวเมียมีรังไข่อยู่เหนือฐานดอก ท่อรังไข่สั้นมาก ปลายแยกเป็นสามแฉก ผล แบบผลแห้งเมล็ดล่อน (achene) สั้นกว่ากาบเล็กน้อย ลักษณะคล้ายกระสวย ครึ่งบนกว้างกว่าครึ่งล่าง สีน้ำตาล และเป็นรูปสามเหลี่ยมตามแนวตัดขวาง ยาว 1 - 1.5 มิลลิเมตร เมื่อแก่จะร่วงโดยมีกาบหุ้มติดอยู่
การขยายพันธุ์ - ขยายพันธุ์โดยอาศัยเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- การกำจัดด้วยการถากหรือการถอนต้นด้วยมือ
- ใช้สารเคมีฉีดพ่น สารเคมีที่แนะนำได้แก่ ไกลโฟเซต-ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม, เกาดี้ (ไพราโซซัลฟูรอน-เอทิล), ซันไรซ์ (เอทอกซีซัลฟูรอน), เอซโซนัด95 (2,4-ดี โซเดียม)

 

ตัวอย่างวัชพืชใบกว้าง (broadleaf weeds)

สาบเสือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eupatorium odoratum L.
วงศ์: Compositae
ชื่อเดิม : Chromolaena odorata (L.) King et Robins
ชื่อสามัญ: Bitter bush, Siam weed วงศ์Asteraceae
ชื่ออื่น : ไช้ปู่กอ ชิโพกวย เซโพกวย บ่อโส่ บ้านร้าง เบญจมาศ ผักคราด ผักคราดบ้านร้าว ฝรั่งรุกที่ ฝรั่งเหาะ พาทั้ง เพาะจีแคมนทน มุ้งกระต่าย ยี่สุ่นเถื่อน รำเคย เส้โพกวย หญ้าค่าพั้ง หญ้าดงร้าง หญ้าดอกขาว หญ้าฝรั่งเศส หญ้าพระศิริไอยสววค์ หญ้าเมืองวาย หญ้าเมืองฮ้าง หญ้าลืมเมือง หญ้าเลาฮ้าง หญ้าเหม็น หนองเส้นเปรง หมาหลง หญ้าเสือหมอบ ฝรั่งเหาะ ฝรั่งรุกที่ หญ้าครกขาว หญ้าเมืองงาย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้นและกิ่งก้านปกคลุม ด้วยขนอ่อนนุ่ม ก้านและใบเมื่อขยี้จะมีกลิ่นแรงคล้ายสาบเสือ มีลำต้น สูง 1-2 เมตร ใบเดี่ยวออกจากลำต้น ที่ข้อ แบบตรงกันข้าม รูปรีค่อนข้างเป็นสามเหลี่ยมขอบใบ หยัก ปลายใบแหลม ฐานใบกว้าง เรียวสอบเข้าหากัน สีเขียวอ่อน เส้นใบเห็นชัดเจน 3 เส้น มีขนปกคลุม ผิวใบทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อ สีขาวหรือฟ้าอมม่วง ดอกย่อย 10-35 ดอก ดอกวงนอกบานก่อน กลีบดอก หลอมรวมกันเป็นหลอด ผลขนาดเล็ก รูปร่างเป็น ห้า เหลี่ยมสีน้ำตาลหรือดำ มีหนามแข็งบนเส้นของผล ส่วน ปลายผลมีขนสีขาว ช่วยพยุงให้ผลและเมล็ดปลิวตามลม
การขยายพันธุ์ - ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- ใช้แรงงานคนในการตัด ถาก ถาง
- ใช้สารเคมีฉีดพ่น โดยสารเคมีที่แนะนำให้ใช้ได้แก่ อามีทรีน50 (อะมีทรีน), เอซโซนัด95 (2,4-ดี โซเดียม)
ผักโขมหนาม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Amaranthus spinosus Linn.
ชื่อวงศ์ : AMARANTHACEAE
ชื่อสามัญ : Spiny Pigweed. S. Amaranth
ชื่ออื่นๆ : แม่ล้อดู่, กะเหม่อมี,(กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน), ผักโขมหนาม,(ภาคใต้), หลักเกี้ยงฉ่าย (จีน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุก ที่มีลำต้นตั้งตรง และแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ตามโคนต้น จะเรียบ และเป็นมันแต่ส่วนปลายนั้นจะมีขนปกคลุมอยู่บ้างประปราย ลำต้นมีสีเขียวเป็นมัน แต่บางที่ก็มีสีแดง สูงประมาณ 1-2 ฟุต เป็นพรรณไม้ที่มีอายุแค่ปีเดียว เป็นไม้ใบเดี่ยว ออกสลับกันไปตามข้อต้น ลักษณะของใบจะเป็นหอกปลายแหลม โคนใบสอบเข้าหาก้านใบ ขอบใบเป็นคลื่นทั้งสองด้านและที่สังเกตได้ง่ายคือที่โคนก้านใบจะมีหนามแข็งแรงอยู่ 1 คู่ ใบกว้างประมาณ 0.5-1.5 นิ้ว ยาว 1.5-4 นิ้วมีสีเขียว โดยดอกจะมีออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและตามง่ามใบ ซึ่งดอกนี้เพศผู้และเมีย จะแยกกันอยู่คนละดอก ดอกเพศเมียจะออกอยู่จะออกอยู่ตรงง่ามใบในลักษณะเป็นกลุ่ม ส่วนเพศผู้ออกตรงปลายกิ่ง เป็นเส้นกลีบดอกมีกลีบอยู่ 5 กลีบ สีเขียวอ่อนสีขาวหรือสีเขียว ผลจะมีลักษณะเป็นรูปกลมรี เมื่อแก่ผลนี้จะแตกออก มองเห็นเมล็ดในได้ชัด ซึ่งมีขนาดเล็กสีดำ เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ขึ้นได้ในดินทั่ว ๆ ไปในสนามหญ้า และในสวนผลไม้ ออกดอกตลอดทั้งปี
การขยายพันธุ์ - ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- กำจัดโดยการใช้แรงงานคนในการ ถาก ถาง
- ใช้สารเคมีฉีดพ่น โดยสารเคมีที่แนะนำได้แก่ บาสต้า (กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม), เอธาบาส (กลูโฟซิเนต-แอมโมนียม), เอซโซนัด95 (2,4-ดี โซเดียม)

ตัวอย่างวัชพืชบก (terrestrial weeds)

กระดุมใบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Borreria laevis (L.) Griseb.
วงศ์ : Rubiaceae
ชื่อสามัญ : Buttonweed, Irongrass
ชื่ออื่น : ชากรูด (ภาคใต้) ตาฉี่โพ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ผักกระสัง (ภาคกลาง) ผักกูด (เพชรบุรี) ผักราชวงศ์ (แม่ฮ่องสอน) ผักสังเขา (สุราษฎร์ธานี) ผักฮากกล้วย (ภาคเหนือ)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นพืชล้มลุก ลำต้นตั้งตรงขึ้นสูง 30-50 ซม. ลำต้นเรียบเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย แตกกิ่งก้านสาขาที่ใกล้โคนต้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ปลายแหลมหรือค่อนข้างทู่ ขอบใบเรียบ โคนใบสอบเข้าหาเส้นกลางใบจนเห็นก้านใบสั้นมาก หรือไม่มีก้านใบ ขนาดใบยาว 2.5-6 ซม. กว้าง 1-1.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อ (cyme) ตามปลายยอดและซอกใบ ประกอบด้วยดอกย่อยสีขาวเป็นจำนวนมากอัดแน่นกันอยู่ เส้นผ่าศูนย์กลางช่อ 8-14 มม.ที่โคนใบมีหูใบ รองรับช่อดอก เป็นแผ่นบางสีเขียวโคนติดคล้ายรูปถ้วย ปลายแยกเป็นเส้น คล้ายหวี (pectinate) ปลายมีสีอิฐ ดอกย่อยมีกลีบดอกสีเขียวฐานติดกัน ปลาย แยกเป็น 4 กลีบ มีขน กลีบดอกสีขาวมี 4 กลีบ เกสรตวผู้มี 4 อัน ผล (capsule) ยาวประมาณ 2 มม. เป็นพืชมีระบบรากแก้ว
ขยายพันธุ์ - โดยอาศัยเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- ปลูกพืชคลุมดินตระกูลถั่ว
- ทำการกำจัดโดยใช้แรงงานคนในการถาก ถาง
- ใช้สารเคมีฉีดพ่น โดยสารเคมีที่แนะนำให้ใช้ได้แก่ ก๊อกโซน (พาราควอตไดคลอไรด์), เอธายูรอน 80 ดับบลิวจี (ไดยูรอน)
ครามขน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Indigofera hirsuta L.
ชื่อวงศ์ : Leguminosae (Fabaceae)-Papilionoideae
ชื่ออื่น : ขี้หนอนแดง (อุบลราชธานี)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้พุ่มล้มลุก สูงได้ถึง 1.5 เมตร แตกกิ่งก้านต่ำบริเวณโคนต้น กิ่งก้านทอดเอนและมีขนสีน้ำตาลทองปกคลุมหนาแน่น ใบครามขน ประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อย 5-9 ใบ เรียงตรงข้าม รูปวงรีถึงรูปไข่กลับ ใบย่อยปลายสุด ใบกว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 2.5-3.5 เซนติเมตร ใบย่อยด้านข้างกว้าง 0.7-1.5 เซนติเมตร ยาว 1.5-3 เซนติเมตร ปลายใบมนกลม โคนใบรูปลิ่ม ใบย่อยมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน หูใบรูปสามเหลี่ยมแคบ ดอกครามขน ช่อกระจะ ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ออกเป็นช่อแน่น ตั้งขึ้น ยาว 10-20 เซนติเมตร กลีบดอกรูปดอกถั่ว มีขนนุ่มด้านนอก ดอกสีส้มแกมชมพู ขนาด 4-6 มิลลิเมตร กลีบดอก 5 กลีบ กลีบบนรูปไข่กลับ ด้านนอกมีขน กลีบข้างรูปขอบขนาน กลีบคู่ล่างเชื่อมกันคล้ายรูปท้องเรือ ก้านดอกย่อยยาวราว 1 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้ 10 อัน รังไข่เกลี้ยง กลีบเลี้ยงด้านนอกมีขนสีน้ำตาล ยาว 4 มิลลิเมตร ใบประดับเรียวยาว ยาว 25 มิลลิเมตร หลุดร่วงง่าย ส่วนผลครามขนจะเป็นฝัก รูปทรงกระบอก กว้าง 2 มิลลิเมตร ยาว 1.5-2 เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาลทองหนาแน่น ปลายมีติ่งยาวแหลม ผลแก่แล้วแตก เมล็ดรูปกรวย สีน้ำตาล มี 6-9 เมล็ด
การขยายพันธุ์ - ขยายพันธุ์โดยเมล็ด
การป้องกันและกำจัด
- กำจัดโดยใช้แรงงานคนในการถาก ถาง หรือการถอนต้นด้วยมือ
- ใช้สารเคมีฉีดพ่นในการกำจัด โดยสารเคมีที่แนะนำให้ใช้ได้แก่ ก๊อกโซน (พาราควอตไดคลอไรด์), เอธายูรอน 80 ดับบลิวจี (ไดยูรอน)

ตัวอย่างวัชพืชน้ำ (aquatic weeds)

1.วัชพืชลอยน้ำ (floating weeds)
ผักตบชวา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eichornia crassipes (Mart.) Solms
ชื่อสามัญ : Water hyacinth, Floating water hyacinth
วงศ์ : Pontederiaceae
ชื่ออื่นๆ : บัวลอย ผักปง ผักตบ ผักปอด ผักป่อง สวะ ผักยะวา ผักอีโยก
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
พืชลอยน้ำ อายุหลายปี ลำต้นสั้น แตกใบเป็นกอ ใบเดี่ยว รูปไข่ หรือเกือบกลม โคนใบเว้าเข้าหาก้านใบ ก้านใบกลมอวบน้ำ ตรงกลางพองออก ภายในเป็นช่องอากาศคล้ายฟองน้ำช่วยให้ลอยน้ำได้ ดอกออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายยอด ดอกย่อย 3 - 25 ดอก มีกลีบรวม ๖ กลีบ กลีบบนสุดขนาดใหญ่กว่ากลีบอื่น และมีแต้มสีเหลืองที่กลางกลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน ผล แบบผลแห้งแตก รูปทรงกระบอก แบ่งเป็น 3 พู เมื่อแก่แตกกลางพู เมล็ดกลมขนาดเล็ก จำนวนมาก
การขยายพันธุ์ - ขยายพันธุ์โดยเมล็ด และไหล
การป้องกันและกำจัด
- การใช้แรงคน แรงสัตว์ เครื่องมือ หรือเครื่องจักรต่าง ๆ เช่น การถก ลาก ดึง ตัก หรือยกผักตบชวาขึ้นจากแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและสะดวก แต่การปฏิบัติต้องใช้แรงงานมากและต้องมีอุปกรณ์อย่างพร้อมเพรียง
- การกำจัดด้วยสารเคมีกำจัดวัชพืช สารเคมีที่นิยมนำมาใช้เพื่อกำจัดผักตบชวา เช่น คลอโรฟีนอคซี (Chlorophenoxy), กลัยโฟเสต (Glyphosate:N-(phosphonomethyl giycine), ไบไพริดิล (Bipyridyl)

2. วัชพืชใต้น้ำ (submerged weeds)


สาหร่ายหางกระรอก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hydrilla verticillata (L.f.) Royle
ชื่อสามัญ : Hydrilla
ชื่อวงศ์ : HYDROCHARITACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้นมีลักษณะเป็นสาย ยาวเรียว ตามความลึกของระดับน้ำ หรือทอดยาวไปตามแนวขนานใต้ผิวน้ำ อาจยาวถึง 3 เมตร แตกกิ่งก้านมาก รากยึดพื้นดิน ใบเป็นแผ่นบางเรียวยาวขนาดเล็ก ไม่มีก้านใบ ขอบใบจักเป็นซี่เล็กๆ ใบแตกรอบข้อของลำต้นเป็นชั้นๆ ละ 3-8 ใบ ความกว้างของใบประมาณ 2 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร ใบมีสีเขียวแก่ เส้นกลางใบสีแดง ดอกตัวเมียและดอกตัวผู้อยู่ในต้นเดียวกัน (Monoceious plant) ดอกตัวผู้มีขนาดเล็ก สีขาวอมม่วงเป็นดอกเดี่ยว มีก้านดอกสั้น มีกลีบดอก 3 กลีบ กลีบรอง 3 กลีบ เมื่อเกิดใหม่ๆ จะมีกาบ (Spathe) บางๆ หุ้มส่วนของดอกไว้ทั้งหมด ดอกออกตามซอกใบใต้น้ำ เมื่อดอกแก่จะหลุดออกจาก Spathe และลอยขึ้นมาบานเหนือผิวน้ำ ดอกตัวเมียออกตามซอกใบเช่นเดียวกัน แต่จะมีก้านดอกยาว ส่งดอกขึ้นมาบานเหนือน้ำ ตรงโคนก้านดอกตัวเมียจะมี Spathe บางๆ หุ้มอยู่เช่นเดียวกัน ดอกตัวเมียสีขาวขนาดใหญ่กว่าดอกตัวผู้ มีกลีบดอก 3 กลีบ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกโป่งอวบน้ำ ทำให้สามารถลอยอยู่บนผิวน้ำได้ดี แม้จะเกิดกระแสน้ำดอกก็จะไม่จมน้ำ
การขยายพันธุ์ - ตัดลำต้นปักชำใต้น้ำ
การป้องกันและการกำจัด
- การใช้แรงคน เช่น การลาก ดึงสาหร่ายหางกระรอกขึ้นมาจากใต้น้ำ แต่การปฏิบัติต้องใช้แรงงานมาก
- ใช้สารเคมีในการกำจัด โดยสารเคมีที่แนะนำได้แก่ ไกลโฟเสต (Glyphosate:N-(phosphonomethyl giycine)

3. วัชพืชโผล่เหนือน้ำ (emerged weeds)


ธูปฤาษี
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Typha angustifolia L.
ชื่อสามัญ : Cat-tail, Elephant grass, Lesser reedmace, Narrow-leaved Cat-tail
วงศ์: TYPHACEAE
ชื่ออื่นๆ : กกช้าง กกธูป เฟื้อ ปรือ หญ้าสลาบหลวง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ธูปฤๅษีเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ตั้งตรง สูง 1.5-3 เมตรเหง้ากลม แทงหน่อขึ้นเป็นระยะสั้นๆ ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว ใบเป็นรูปแถบแบน กว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 2 เมตร ใบแตกสลับกันเป็นสองแถวด้านข้าง มีกาบใบ แผ่นใบด้านบนโค้งเล็กน้อย ส่วนด้านล่างแบน ช่อดอกเป็นสีน้ำตาล ช่อดอกรูปทรงกระบอก แยกเพศบนก้านเดียวกัน ก้านช่อดอกกลม แข็ง ช่วงดอกเพศผู้อยู่ที่ปลายช่อ ยาว 8-40 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร มีใบประดับ 1-3 ใบ แต่จะหลุดร่วงไป ช่วงดอกเพศเมียอยู่ด้านล่าง ยาว 5-30 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร มักแยกออกจากส่วนดอกเพศผู้ด้วยส่วนก้านช่อดอกที่เป็นหมันที่ยาว 2.5-7 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกและกลีบเลี้ยง เกสรเพศผู้ส่วนมากมี 3 อัน มีขนล้อมรอบ ก้านเกสรเพศผู้สั้น อับเรณูยาว 1.5-2 มิลลิเมตร ดอกเพศเมียมีใบประดับย่อยรูปเส้นด้าย รังไข่รูปกระสวย ก้านรังไข่เรียว ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร มีขนยาวสีขาว ก้านเกสรเพศเมียยาว 1-1.5 มิลลิเมตร มีขนแต่สั้นกว่าบนก้านรังไข่ ยอดเกสรรูปใบหอก ผลมีขนาดเล็ก รูปรี เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-3 เซนติเมตร ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ดอกมีจำนวนมาก ติดกันแน่น สีน้ำตาล ลักษณะคล้ายธูปดอกใหญ่ ก้านช่อดอกกลม แข็ง ดอกแยกเพศ แบ่งเป็นตอนเห็นได้ชัด กลุ่มดอกเพศผู้อยู่ปลายก้าน รูปทรงกระบอก กลุ่มดอกเพศเมียรูปทรงกระบอกเช่นกันแต่ใหญ่กว่ากลุ่มดอกเพศผู้ ดอกแก่จะแตกเห็นเป็นขนขาวฟู ผลเล็กมาก เมื่อแก่แตกตามยาว
การขยายพันธุ์ : เมล็ดมีขนอ่อนนุ่มปลิวไปตามลมได้ง่าย
การป้องกันและกำจัด
- ใช้แรงงานคนในการตัดหรือขุดเหง้าขึ้นมา หรือต้องใช้อุปกรณ์อย่างเช่นรถแบคโครเข้ามาช่วย
- ใช้สารเคมีฉีดพ่น ซึ่งสำหรับพืชชนิดนี้สารเคมีช่วยได้แค่ชั่วคราว

4. วัชพืชชายน้ำ (marginal weeds)


ผักแว่น
ชื่อสามัญ : Water clover, Clover fern
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Marsilea crenata Presl
ชื่อวงศ์ : MARSILEACEAE
ชื่ออื่นๆ : ผักแว่น(ภาคกลาง เหนือ อีสาน) ผักลิ้นปี่(ภาคใต้) หนูเต๊าะ(ภาคเหนือ,กะเหรี่ยง)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ผักแว่น พบขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงประเทศญี่ปุ่น จัดเป็นพืชในตระกูลของเฟิร์นชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอายุนานหลายปี แหล่งที่พบว่ามีผักแว่นขึ้นอยู่มักเป็นบริเวณริมน้ำ ในพื้นดินที่มีน้ำขังแต่ไม่ลึกมากนัก หรือโคลนเลน เช่น บริเวณในนาข้าวหรือริมแม่น้ำลำคลอง ในช่วงหน้าฝนผักแว่นจะเจริญงอกงามได้ดี โดยเถาของมันจะเลื้อยไปตามพื้นดินที่เป็นโคลนเลนนั้น ผักแว่นมีลักษณะต้นกลม ตามลำต้นจะมีขนนุ่มๆ สีน้ำตาลอ่อนปกคลุมอยู่ทั่ว ลำต้นจะมีสีเขียวเมื่อยังอ่อนอยู่ แต่จะกลายเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ ลักษณะของใบเป็นใบประกอบมีรูปร่างคล้ายกังหันหรือใบพัด มีอยู่ 4 ใบ มีขนาดกว้างประมาณ 0.6-1.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 0.8-1.9 เซนติเมตร ผิวและขอบใบเรียบหรือหยักเล็กน้อย โคนใบสอบ เมื่อยังอ่อนใบจะเป็นสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อใบแก่ขึ้น มีก้านใบยาวประมาณ 4.5-15 เซนติเมตร มีสปอร์สีขาวรูปทรงรีคล้ายเมล็ดถั่วเขียวอยู่เป็นจำนวนมากภายในบริเวณโคนก้านใบ ซึ่งสามารถนำไปขยายพันธุ์ได้ ซึ่งเมื่อยังอ่อนอยู่สปอร์นี้จะมีสีขาว แต่เมื่อแก่ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ส่วนลักษณะของดอกจะมีขนาดเล็ก มีประมาณ 2-3 ดอก มีกลีบดอกสีเหลืองหรือสีม่วง มักออกตามซอกใบ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ผลมีลักษณะเป็นผลแห้ง สามารถแตกออกได้
การขยายพันธุ์ - โดยใช้สปอร์จากใบแก่ และเถาเลื้อยไปปลูกเพื่อให้ได้ต้นใหม่
การป้องกันและกำจัด
- ใช้แรงงานคนหรือเครื่องทุ่นแรงในการดึง ถอน
- ใช้สารเคมีฉีดพ่น โดยสารเคมีที่แนะนำให้ใช้ได้แก่ มิกซ์คิล 20 (Mixkill 20) (เมทซัลฟูรอน เมทิล + คลอร์ริมูรอน-เอทิล (metsulfuron-methyl + chlorrimuron-ethyl)),

ตัวอย่างวัชพืชอำศัยพืชอื่น (parasitic weeds)

กาฝากมะม่วง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dendrophthoe pentandra (L.) Miq.
ชื่อวงศ์: Loranthaceae
ชื่ออื่น : กาฝากมะม่วง, กาฝากมะม่วงพรวน, กาฝากมะม่วงกะล่อน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กาฝาก เป็นพุ่ม ต้นแข็งแรง ยอดอ่อนมีขน ช่อดอกและดอกมีขนสีขาว หรือเทา หรือสีน้ำตาล ตามปลายกลีบดอกมีขนบาง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม หรือเรียงกระจัดกระจาย รูปใบมีหลายแบบ กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-13 ซม. ปลายใบส่วนใหญ่มน แหลม หรือเรียวแหลมเป็นส่วนน้อย โคนใบสอบแหลม หรือเป็นครีบ สีเขียวหม่น ด้านบนสีเข้มกว่าด้านล่าง เส้นกลางใบและส้นแขนงใบเห็นชัดทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 0.5-2 ซม. ออกดอกแบบช่อกระจะ ตามข้อ แกนช่อดอกยาว 1-2 ซม. มี 6-12 ดอก แต่ละดอกมีใบประดับรองรับ 1 ใบ ก้านดอกยาว 1-4 มม. กลีบดอก 5 กลีบ ติดกันเป็นหลอด ยาว 1.2-2 ซม. ส่วนโคนดอกเป็นเหลี่ยมหรือเป็นปีก ปลายกลีบกลม มน หรือรูปกระบอง ส่วนมากสีเขียว เหลือง หรือสีส้ม ดอกบาน หลอดยาว 6-12 มม. รูประฆังแคบ หรือกว้าง ปลายแยก 5 แฉก ม้วนกลับ อับเรณู ยาว 2-5 มม. ปลายมน เกสรเพศเมียมีก้านเกสร 1 อัน ยอดเกสรเป็นตุ่มกลม ผลเป็นรูปไข่
การขยายพันธุ์ - เมล็ดกาฝากไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้เอง ถ้าหากผลสุกจนแก่จัด จะร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ถึงจะร่วงหล่นลงบนกิ่งไม้บ้าง แต่ผลนั้นยังมีเนื้อผลไม้หุ้มเมล็ดอยู่ จึงไม่มีวันที่เมล็ดกาฝากจะไปติดอยู่ตามกิ่งไม้ต่างๆได้เลย นอกจากจะอาศัยนกเท่านั้น
การป้องกันและกำจัด
- ใช้วิธีการตัด โดยตัดต้นใหญ่กิ่งใหญ่ออก ดึงเถาออกให้หมด

ตัวอย่างวัชพืชในนาข้าว

หญ้าข้าวนก
หญ้าดอกขาว
ผักปอดนา
ขาเขียด
หนวดปลาดุก
กกทราย
กกขนาก
ผักแว่น
เซ่งใบมน
ผักปราบนา
เทียนนา
โสนหางไก่
หญ้าหางหมาจิ้งจอก
หญ้าปากควาย
หญ้าแพรก
หญ้าชะกาดน้ำเค็ม
หญ้าตีนกา
หญ้าชันกาด
หญ้ารังนก
ผักเบี้ยหิน
ปอวัชพืช
สะอึก
ผักโขมไร้หนาม
หญ้างวงช้าง

 

วัชพืช ( 36 รายการ )



รหัสสินค้า A110

บาสต้า

กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม

 

รหัสสินค้า A125

เอราบาส

กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม

 

รหัสสินค้า A5

เกรท 5 เอสซี

ฟีโพรนิล

 

รหัสสินค้า A1

อิมิดาโกลด์70

อิมิดาโคลพริด

 


รหัสสินค้า A60

ไดพิม 50 เอสซี

อาทราซีน

 

รหัสสินค้า A61

ไดพิม 90

อาทราซีน 90% WG

 

รหัสสินค้า A74

โซ-นิก

เพรทิลาคลอร์ 30% EC

 

รหัสสินค้า A71

พาราควอต

พาราควอต ไดคลอไรด์

 


รหัสสินค้า A70

ไกลโฟเซต 48

ไกลโฟเซต-ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม

 

รหัสสินค้า A62

เลกาซี

บิสไพรีแบก-โซเดียม 10% sc

 

รหัสสินค้า A65

ไดยูแมกซ์ 80 ดับเบิ้ลยู-พี

ไดยูรอน 80% SC

 

รหัสสินค้า A66

ไดยูแมกซ์

ไดยูรอน

 


รหัสสินค้า A2

คอนเท็คซ์

โคลมาโซล 48% EC

 

รหัสสินค้า A69

อัพดาว

ไกลโฟเซต ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม 48% SL

 

รหัสสินค้า A76

ไดโอ

ไพราโซซัลฟูรอน-เอทิล

 

รหัสสินค้า A42

เลกาซี 20 พานาส

บิสไพริแบก-โซเดียม

 


รหัสสินค้า A3

ซีเรียส เซฟเฟนเนอร์

ฟิโนซาพล็อบ-พี-อีทธิล

 

รหัสสินค้า A55

อามีทรีน 50

อามีทรีน 50% SC

 

รหัสสินค้า A56

ไดแพ๊กซ์ 80 ดับเบิ้ลยู.จี.

อามีทรีน 80% WG

 

รหัสสินค้า A59

อาทราซีน 80

อาทราซีน

 


รหัสสินค้า A63

คอนเท็ค เลกาซี พานาส

โคลมาโซล+บิสไพริแบก-โซเดียม 48% EC + 10 %SC + panas

 

รหัสสินค้า A211

เกาดี้

ไพราโซซัลฟูรอน-เอทิล


 

รหัสสินค้า A186

ไกลโฟเซต48

ไกลโฟเซต ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม

 

รหัสสินค้า A67

ซีเรียส

ฟีโนซาพรอป-พี-เอทิล

 


รหัสสินค้า A148

กรัมม็อกโซน

พาราควอตไดคลอไรด์

 

รหัสสินค้า A54

อามีทรีน 80

อามีทรีน

 

รหัสสินค้า A139

ซันไรซ์

เอทอกซีซัลฟูรอน

 

รหัสสินค้า A173

ก๊อกโซน

พาราควอตไดคลอไรด์

 


รหัสสินค้า A176

วันอัพ 174 เจียไต๋

ไกลโฟเซต-ไอโซลโพรพิลแอมโมเนียม

 

รหัสสินค้า A129

เอธาทรีน 80 ดับบลิวพี

อะมีทรีน

 

รหัสสินค้า A135

คาราวาน

ไกลโฟเซต-ไอโซลโพรพิลแอมโมเนียม

 

รหัสสินค้า A122

เอธายูรอน 80 ดับบลิวจี

ไดยูรอน

 


รหัสสินค้า A218

เอซโซนัด95

2,4-ดี โซเดียม

 

รหัสสินค้า A123

ไดยูรอน 80 ดับบลิวพี

ไดยูรอน

 

รหัสสินค้า A57

อะนิลการ์ด

อะนิโลฟอส 30% EC

 

รหัสสินค้า A175

กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม 15เอสแอล

กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม

 




เพลี้ยแป้ง(9), สาบเสือ(3), แมลงปากดูด(3), หนอนใยผัก(4), เพลี้ยไฟ(12), หนอนชอนใบ(4), เพลี้ยอ่อน(5), แมลงหวี่ขาว(5), เพลี้ยจั๊กจั่น(6), เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล(16), หนอน(2), หนอนกระทู้หอม(3), หนอนเจาะสมอฝ้าย(5), หนอนกอ(2), หนอนม้วนใบ(1), หนอนปลอก(1), ด้วงหมัดผัก(1), เพลี้ยจั๊กจั่นฝ้าย(6), โรคผลเน่าในชมพู่(1), โรคราน้ำค้าง(8), โรคกาบแห้งในข้าว(1), เชื้อรา(7), โรคไหม้(7), โรคใบจุด(9), โรคแอนแทรคโนส(8), โรคปื้นเหลืองในกล้วยไม้(2), โรคใบจุดในผักตระกูลกะหล่ำ(2), โรคใบจุดสีม่วง(5), โรคราแป้ง(2), โรคใบจุดดำ(3), โรคใบจุดสีน้ำตาล(5), โรคใบขีดสีน้ำตาล(2), โรคกาบใบแห้ง(3), โรคเมล็ดด่าง(5), เชื้อราไฟทอบธอรา(1), เชื้อราพิเทียม(1), โรคราสนิม(5), โรคเน่าคอดิน(2), หนอนกระทู้หลอดหอม(1), หนอนกระทู้(4), ขาเขียด(2), เทียนนา(5), กกขนาก(5), กกทราย(6), หนวดปลาดุก(5), วัชพืชใบกว้าง(12), วัชพืชใบแคบ(16), หญ้าข้าวนก(10), หญ้าดอกขาว(16), หญ้ากระดูกไก่(7), กก(8), ผักปอดนา(8), แห้วหมู(7), หญ้านกสีชมพู(13), หญ้าปากควาย(13), หญ้าตีนนก(12), หญ้าตีนติด(11), หญ้าตีนกา(10), ผักเบี้ยหิน(11), ผักโขม(12), ผักโขมหนาม(4), สาบแร้งสาบกา(1), หญ้าแดง(1), หญ้าคา(2), ไมยราบยักษ์(2), หญ้าขน(1), หญ้าชันอากาศ(2), สารบำรุงพืช(3), เร่งออกดอกนอกฤดู(2), เร่งการเจริญเติบโตของพืช(2), ช่วยการเจริญเติบโตของดอกและผล(3), ช่วยส่งเสริมให้พืชติดดอกออกผลดี(8), ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช ด้านลำต้น และใบ(6), ช่วยในการผสมเกสร(1), ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช(5), เพลี้ยไฟข้าว(3), แมลงหวี่ขาวยาสูบ(4), เพลี้ยอ่อนลูกท้อ(2), ผักเบี้ยใหญ่(3), น้ำนมราชสีห์(5), กะเม็ง(5), ลูกใต้ใบ(3), โรคเกสรดำ(2), หญ้ายาง(6), ปอวัชพืช(3), โคกกระสุน(3), ตีนตุ้กแก(5), ผักปลาบ(2), หญ้าแพรก(3), หญ้าชันกาด(1), หญ้ารังแก(1), เซ่งใบมน(1), โรคเน่าดำ(3), ขาดธาตุสังกะสี(1), อาการไส้กลวง(2), โรคใบปื้นเหลือง(1), โรคใบขี้กลากในกล้วยไม้(1), หนอนเจาะฝักลายจุด(2), หนอนหัวดำมะพร้าว(2), อาการใบแก้วในส้ม(1), ไรแดงแอฟริกา(1), โรคแคงเกอร์(2), โรคต้นเน่า(1), โรคใบไหม้(3), หนอนห่อใบข้าว(2), หนอนกออ้อย(1), หนอนเจาะผล(1), เพลี้ยไฟพริก(1), แอนแทรคโนส(1), หญ้าพะดอเงียว(2), ผักเสี้ยนผี(3), ถั่วผี(2), โทงเทง(2), หญ้าโขย่ง(2), เพิ่มผลผลิตอละคุณภาพของดอก(1), หญ้าหางนกยูง(1), กระดุมใบเล็ก(2), ผักโขมหิน(2), หอยเชอรี่(2), โรคปลายยอดไหม้(1), โรคใบพุพอง(1), ปาล์มวัชพืช(1), หญ้าขจรจบดอกเหลือง(1), หญ้าไข่เหาหลวง(1), สาบม่วง(5), สอึก(1), ช่วยลดความเป็นด่างของผิวหน้าใบ(1), ช่วยกระตุ้นการแตกตา(3), หญ้ารังนก(2), ครอบจักรวาล(1), ถั่วลิสงนา(1), ขยุ้มตีนหมา(1), หญ้าละออง(1), แมลงสาบ(1), มด(1), ตัวสามง่าม(1), แมลงคลาน(1), หญ้ามาเลเซีย(1), หญ้าเห็บ(1), หญ้าขจรจบดอกใหญ่(1), กระดุมใบใหญ่(1), ไมยราบ(2), ผักคราดหัวแหวน(1), ผักเสี้ยนขน(1), กกดอกเขียว(1), กกตุ้มหู(1), หญ้าดอกขาวไร่(1), ตำแยแมว(1), หญ้าหางนกยูงใหญ่(2), โรคใบแก้ว(1), ช่วยเสริมสร้างคลอโรฟิลล์(1), ควบคุมการออกดอกนอกฤดู(1), โรคเหี่ยวจากเชื้อรา(1), โรคเถาแตกยางไหล(1), โรคยางไหล(1), โรคเหี่ยวที่เกิิดจากเชื้อแบคทีเรีย(1), โรครากบวม(1), โรครากเน่า(4), โรคลำต้นไหม้(1), โรคกิ่งไหม้(1), โรคเหี่ยว(1), โรคตายพราย(1), ส่งเสริมการออกดอก(1), เพิ่มจำนวนช่อดอก(1), ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากพืช(1), กระดุมใบ(1), เปล้าทุ่ง(1), หญ้าหวาย(1), กระเม็ง(1), โรคดอกจุดสนิม(1), หญ้าขจรจบดอกเล็ก(1), กระตุ้นการออกดอกและเสริมสร้างคุณภาพเนื้อผล(1), กระตุ้นการแตกกอ (1), กระตุ้นการเจริญเติบโต(1), กระตุ้นการออกดอก(1), ช่วยให้พืชทนแล้ง(1), หนามกระสุน(1), หญ้าเขมร(1), ผักยาง(1), โสนหางไก่(1),