ปุ๋ยเคมี (32)
 โรคพืช (43)
 สารกำจัดแมลง (42)
 วัชพืช (36)
 สารบำรุงพืช (20)
 สารชีวภัณฑ์ (9)
 เมล็ดพันธุ์ผัก (236)
 เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ (54)
 อุปกรณ์การเกษตร (0)


 ไร (2)
 แมลง (13)
 หนอน-ศัตรูพืช (20)
 มอด (0)
 เพลี้ย (19)
 วัชพืช (33)
 เชื้อราพืช (45)
 หอยเชอรี่ (2)
 ไวรัสพืช (0)
 แบคทีเรียในพืช (3)
 ด้วง (1)


 กระเจี๊ยบเขียว (6)
 กระเจี๊ยบ (3)
 กระชาย (1)
 กระเทียม (7)
 กระหล่ำปลี (19)
 กระหล่ำ (10)
 กล้วยไม้ (34)
 กล้วย (4)
 กวางตุ้ง (13)
 กะหล่ำดอก (7)
 กาแฟ (9)
 กุหลาบ (37)
 แก้วมังกร (1)
 โกสน (23)
 ขนุน (17)
 ข้าวโพดหวาน (3)
 ข้าวโพด (15)
 ข้าวฟ่าง (2)
 ข้าว (48)
 ขิง (2)
 คะน้า (26)
 แคคตัส (1)
 แคนตาลูป (1)
 แครอท (21)
 งา (1)
 เงาะ (12)
 ชบา (24)
 ชมพู่ (11)
 ชวนชม (4)
 ชา (8)
 ดาวเรือง (37)
 แตงกวา (35)
 แตงโม (20)
 แตงร้าน (11)
 ถั่วเขียว (6)
 ถั่วฝักยาว (35)
 ถั่วลันเตา (25)
 ถั่วลิสง (4)
 ถั่วเหลือง (8)
 ทานตะวัน (2)
 ทุเรียน (21)
 น้อยหน่า (12)
 บอน (2)
 เบญจมาศ (25)
 ปทุมมา (1)
 ปาล์ม (4)
 โป๊ยเซียน (3)
 ผักกาดขาว (9)
 ผักกาดขาวปลี (2)
 ผักกาดหอม (26)
 ผักโขม (2)
 เผือก (1)
 ฝรั่ง (18)
 ฝ้าย (10)
 พริก (34)
 พริกไทย (1)
 พุทรา (2)
 ฟัก (2)
 เฟิร์น (1)
 เฟื่องฟ้า (23)
 แฟง (2)
 มะขาม (3)
 มะเขือ (28)
 มะเขือเทศ (25)
 มะเขือเปราะ (15)
 มะเขือยาว (17)
 มะนาว (14)
 มะพร้าว (2)
 มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง (1)
 มะม่วง (39)
 มะยงชิด (1)
 มะระ (5)
 มะละกอ (3)
 มะลิ (10)
 มังคุด (15)
 มันเทศ (3)
 มันฝรั่ง (33)
 มันสำปะหลัง (2)
 เมล่อน (3)
 ยางพารา (1)
 ยาสูบ (6)
 เยอบีร่า (24)
 ลองกอง (12)
 ลันเตา (1)
 ลั่นทม (24)
 ลางสาด (1)
 ลำไย (25)
 ลิ้นจี่ (19)
 ลีลาวดี (28)
 ว่าน (3)
 สตรอเบอรี่ (1)
 ส้มเขียวหวาน (4)
 ส้มโอ (14)
 ส้ม (20)
 สละ (3)
 สับปะรด (30)
 หน่อไม้ฝรั่ง (4)
 หน้าวัว (3)
 หอม (28)
 หอมแดง (3)
 หอมหัวใหญ่ (5)
 อโกลนีมา (3)
 องุ่น (12)
 อ้อย (11)


 แก๊พ อินดัสตรีส์ (5)
 เจียไต๋ (204)
 เชอร์วู้ด เคมิคอล (4)
 ซาโกร (1)
 ซินเจนทา (9)
 โซตัส (38)
 ดาว อะโกรไซแอนส์(ประเทศไทย) (1)
 ดาว อะโกรไซแอนส์ (0)
 ดูปองท์ (3)
 ไดนามิคพันธุ์พืช (1)
 ที เอ บี อินโนเวชั่น จำกัด (1)
 ที.เจ.ซี. เคมี (1)
 เทพวัฒนา (13)
 ไทยกรีนอะโกร จำกัด (5)
 ไทยเฮอบิไซด์ (1)
 ไบเออร์ (11)
 เมโทรซีดการเกษตร (75)
 ลัดดา (68)
 อีสท์ เวสท์ ซีด (21)
 อื่นๆ (0)
 เอ็มซี อะโกร-เคมิคัล (3)
 เอราวัณ (11)

ปุ๋ยเคมี


        ปุ๋ยเคมี (Chemical fertilizers) หมายถึงปุ๋ยที่ได้จากสารอนินทรีย์ หรืออินทรีย์สังเคราะห์ ซึ่ง มีธาตุอาหารหลัก NPK โดยมีขบวนการตั้งต้นมาจากก๊าซแอมโมเนีย (NH3) ซึ่งได้มาจากการสังเคราะห์น้ำมัน และเมื่อนำมารวมกับ กรด โดยผ่านขบวนการทางเคมี จะได้ธาตุ N P K ออกมาเป็นแม่ปุ๋ยสูตรต่างๆ แล้วแต่ว่าจะใช้ กรด ชนิดใดในการทำปฏิกิริยา (ดังนั้นหากใช้ปุ๋ยเคมีไม่ถูกวิธีจะทำให้ดินเป็นกรด)

ธาตุอาหารในปุ๋ยเคมี แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1. ธาตุอาหารหลัก ประกอบด้วย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
2. ธาตุอาหารรอง ประกอบด้วย แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน
3. ธาตุอาหารเสริม ประกอบด้วย เหล็ก แมงกานีส สังกะสี ทองแดง โบรอน โมลิดินัม และคลอรีน

  การผลิตปุ๋ยเคมี ประเทศไทยยังไม่มีโรงงานผลิตแม่ปุ๋ย เพราะต้นทุนการผลิตสูง ปัจจุบันจึงใช้วิธีการนำเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศ เช่น ยูเรีย แอมโมเนียเหลว หินฟอสเฟต และโพแทสเซียมคลอไรด์ เป็นต้น แม่ปุ๋ยที่ได้จะนำมาผลิตปุ๋ยตามสูตรที่ต้องการ โดยการผสมแม่ปุ๋ยหนึ่งตัวหรือทั้งสามตัว เช่น ปุ๋ยสูตร 16-8-8 หมายความว่า ในเนื้อปุ๋ย 100 กิโลกรัม จะประกอบด้วยไนโตรเจน 16 กิโลกรัม ฟอสฟอรัส 8 กิโลกรัม และโปแตสเซียม 8 กิโลกรัม รวมเป็น 32 กิโลกรัม และส่วนที่เหลืออีก 68 กิโลกรัม จะเป็นสารเติมแต่ง (ฟิลเลอร์) เช่น ดินขาว (Clay) สำหรับเพิ่มปริมาณให้ครบในจำนวน 100 กิโลกรัม

  

  

 

ชนิดปุ๋ยเคมี

1. ปุ๋ยเชิงเดี่ยว (straight fertilizer)
เป็นปุ๋ยเคมีที่มีธาตุอาหารหลักเพียงธาตุเดียว อาจเป็นธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส หรือ โพแทสเซียม เช่น ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ที่มีธาตุไนโตรเจนเพียงธาตุเดียว หรือปุ๋ยสูตร 46-0-0
2. ปุ๋ยเชิงผสม (mixed fertilizer)
เป็นปุ๋ยเคมีที่มีการผสมของปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยวมากกว่าหนึ่งชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ธาตุอาหารตามที่ต้องการ เช่น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ที่เป็นการผสมแม่ปุ๋ยทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
3. ปุ๋ยเชิงประกอบ (compound fertilizer)
เป็นปุ๋ยเคมีที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทางเคมีที่ประกอบด้วยธาตุปุ๋ยอย่างน้อยสองธาตุขึ้นไป ซึ่งธาตุปุ๋ยชนิดต่างๆจะอยู่รวมกันในสารประกอบเดียวกัน เช่น สารประกอบหรือแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมไนเตรต (KNO3) ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต [(NH4)2 HPO4] และโพแทสเซียมเมตาฟอสเฟต (KPO3)

สูตรปุ๋ยหรือเกรดปุ๋ย (fertilizer grade)
        เป็นการใช้สัญญลักษณ์ตัวเลขสำหรับบ่งบอกเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (total nitrogen) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (available P2O5) และปริมาณโพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ (K2O) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะเขียนไว้ที่กระสอบปุ๋ย เช่น สูตร 15-15-15 สามารถอธิบายได้ว่า
       1. ตัวเลขแรก บอกปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 15 กิโลกรัม ในปุ๋ยหนัก 100 กิโลกรัม
       2. ตัวเลขตัวที่สอง บอกปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 15 กิโลกรัม ในปุ๋ยหนัก 100 กิโลกรัม
       3. ตัวเลขตัวที่สาม บอกปริมาณโพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ 15 กิโลกรัม ในปุ๋ยหนัก 100 กิโลกรัม
    *** แสดงว่า หากเกษตรกรซื้อปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 จำนวน 2 กระสอบ กระสอบละ 50 กิโลกรัม รวมเป็น 100 กิโลกรัม เท่ากับซื้อธาตุอาหารปุ๋ยเพียง 45 กิโลกรัม เท่านั้น แต่เกษตรกรสามารถซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมให้เป็นปุ๋ยสูตรต่างๆ ได้ด้วยตนเองสำหรับใช้ตามความต้องการของชนิดพืชที่ปลูก แม่ปุ๋ยที่นิยมซื้อมาผสมเอง ได้แก่
       1. แม่ปุ๋ยไนโตรเจน ได้แก่ ปุ๋ยยูเรีย ประกอบด้วยไนโตรเจนทั้งหมด ร้อยละ 46
       2. แม่ปุ๋ยฟอสฟอรัส ได้แก่ ปุ๋ยทริปเปิลซุปเปอร์ฟอสเฟส ประกอบด้วยฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ร้อยละ 46 และปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต ประกอบด้วยไนโตรเจนทั้งหมดร้อยละ 18 และมีฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ร้อยละ 46
       3. แม่ปุ๋ยโพแทสเซียม ได้แก่ ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ ประกอบด้วยโพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ร้อยละ 60

หลักการซื้อปุ๋ยเคมี
       1. เป็นปุ๋ยที่ได้รับการขึ้นทะเบียน และขออณุญาตผลิตอย่างถูกต้อง
              - ตรวจสอบรายชื่อเลขทะเบียนข้างปุ๋ยจากกรมวิชาการเกษตรที่อนุญาตให้ผลิตได้


2. กระสอบปุ๋ยต้องประกอบด้วยข้อความเหล่านี้
- มีชื่อการค้าหรือชื่อยี่ห้อ
- มีหมายเลขทะเบียนผู้ผลิตหรือจำหน่าย
- ระบุคำว่า ปุ๋ยเคมี
- มีที่อยู่บริษัทผู้ผลิต
- ระบุสูตรปุ๋ยที่แน่นอน เช่น 15-15-15, 12-12-17 เป็นต้น
- บอกน้ำหนักสุทธิ (หน่วย กิโลกรัม) มีแบบ 25 กิโลกรัม และ 50 กิโลกรัม


3. ปุ๋ยปลอม ปุ๋ยแท้
- ปุ๋ยเคมีแท้ เมื่อบีบเม็ดปุ๋ยจะแตกยาก เม็ดปุ๋ยแข็ง
- ปุ๋ยเคมีแท้ หากสัมผัสน้ำจะอ่อนตัวยาก ปุ๋ยเคมีปลอม เมื่อสัมผัสน้ำจะยุ่ยง่าย
- ปุ๋ยเคมีแท้มีขนาดเม็ดปุ๋ยเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน ไม่มีเม็ดเล็กหรือใหญ่แตกต่างกัน

หลักการใช้ปุ๋ยเคมี
การใช้ปุ๋ยเคมีที่ประสิทธิภาพขึ้นกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ ผู้ใช้ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์อย่างน้อย 4 ด้าน คือ
1. การเลือกใช้ชนิดปุ๋ยให้ถูกต้อง
- ปุ๋ยสูตร ตัวเลขตัวแรกมาก เน้นบำรุงใบ กิ่ง และลำต้น โดยเฉพาะพืชผัก
- ปุ๋ยสูตร ตัวเลขตรงกลางมาก เน้นบำรุงราก และการสร้างเซลล์พืช จึงควรมีสูตรปุ๋ยนี้ในทุกชนิดพืชที่ใช้
- ปุ๋ยสูตร ตัวเลขที่สามมาก เน้นบำรุงผลหรือหัว อาทิ มันสำปะหลัง มันฝรั่ง
2. การใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
- พืชแต่ละชนิดต้องการปุ๋ยที่แตกต่างกัน
- การใส่ปุ๋ยมากเกินความต้องการทำให้เสียค่าปุ๋ยโดยเปล่า และทำให้ดินเค็มเร็ว
3. การใส่ให้กับพืชในระยะที่เหมาะสม
- ระยะต้นกล้าหรือเร่งสร้างใบ กิ่ง และลำต้น ควรเน้นใส่ปุ๋ยที่มีสูตรตัวเลขอันแรกมาก เช่น 12-6-6
- ระยะก่อนออกดอก ออกดอก และติดผล ควรเน้นใส่ปุ๋ยที่มีสูตรตัวเลขอันแรกมาก เช่น 12-12-24
- ผักชนิดต่างๆ ควรเน้นใช้ปุ๋ยที่ตัวเลขตัวแรกมาก เช่น 25-7-7
- ในฤดูที่ฝนตกชุก ควรหลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ย เพราะอาจทำให้ปุ๋ยละลาย และชะไปกับน้ำฝน
4. การใส่โดยใช้วิธีการที่ถูกต้อง
- พืชในระยะต้นอ่อนหรือพืชที่ลำต้นอ่อนนุ่ม ควรละลายปุ๋ยกับน้ำรด
- การใส่ปุ๋ยเม็ด ควรใส่ข้างลำต้น ให้ห่างจากโคนต้น 20-30 เซนติเมตร
เทคนิคการใช้ปุ๋ยเคมี
รู้จักกับปุ๋ยเคมี และวิธีการใช้อย่างถูกต้อง
N15 คือ ไนโตรเจน มีหน้าที่ เร่งการเจริญเติบโต ใส่แล้วพืชจะเขียวเข็ม โตเร็ว แต่อ่อนแอ
P15 คือ ฟอสโฟรัส มีหน้าที่ การสร้างแป้ง-น้ำตาล ให้ต้นพืช เพื่อสะสมการออกดอก
K15 คือ ไฟตัสเซี่ยม มีหน้าที่ ช่วยให้ผลผลิต มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น สร้างความหวาน เร่งให้แก่เร็ว (ต้นโทรม) เร่งการลงหัวของพืช
พืชตระกูล ผักกินต้น-ใบ
- ใช้ปุ๋ยสูตร 25-7-7 หรือ 46-0-0 หรือ 21-0-0 หรือ 30-0-0 หรือ 30-10-10 และ 46-0-0 = 1 ส่วน
บวก 15-15-15 = 2 ส่วน ก็ได้พืชงามและแข็งแรง


  

พืชตระกูลกินฝัก-ผล
- ช่วงปลูกระยะแรกใช้ 25-7-7 หรือ 15-15-15 หรือ 16-16-16 และ 46-0-0 หรือ 30-0-0 หรือ 21-0-0
- ระยะต้องการให้ออกดอก ใช้ 15-15-15 หรือ 16-16-16 หรือ 12-24-12 และ 8-24-24 หรือ 9-24-24
- ระยะก่อนเก็บผลต้องการให้ แก่เร็ว-เข้าสี-น้ำหนักดี-หวาน ใช้ 13-13-21 หรือ 8-24-24 และ 0-0-60


  

พืชตระกูลกินหัว
- ช่วงปลูกระยะแรกใช้ 25-7-7 หรือ 15-15-15 หรือ 16-16-16 หรือ 46-0-0 หรือ 30-0-0 และ 21-0-0
- ระยะเริ่มลงหัวใช้ 12-24-12 หรือ 10-30-10
- ก่อนเก็บเกี่ยว ใช้ 0-0-60 หรือ 0-0-50 และ 10-10-30


*** หมายเหตุ ถ้าต้นพืชเหลือง-แกรน ให้เพิ่มปุ๋ยตัวหน้า ถ้าต้นพืชงามให้หยุดปุ๋ยตัวหน้า ใช้สูตรที่มีตัวกลางตัวท้าย เช่น 8-24-24
ข้อดีปุ๋ยเคมี
- มีปริมาณธาตุอาหารต่อหน่วยน้ำหนักสูง ใช้ในปริมาณน้อยก็เพียงพอกับความต้องการของพืช
- ละลายน้ำได้ดี และปลดปล่อยธาตุอาหารได้เร็ว พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที
- หาซื้อง่ายตามท้องตลาด ตามร้านขายของด้านการเกษตร
- ถูกบรรจุในถุง สามารถขนส่ง และเคลื่อนย้ายได้ง่าย
ข้อเสียปุ๋ยเคมี
- มีส่วนผสมของดินขาว เมื่อใช้มากหรือใช้ในระยะเวลาต่อเนื่องหลายปีจะทำให้เนื้อดินแน่น ดินเกาะกันเป็นก้อน ระบายน้ำไม่ดี
- หากใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวจะทำให้ปริมาณอินทรีย์วัตถุในดินน้อยลง ปริมาณจุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในดิน เช่น ไส้เดือน มีปริมาณน้อยลง
- ดินมีความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้นจากปริมาณธาตุอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าความเค็มในดินเพิ่มขึ้น
- หากใส่มากเกินไปอาจเป็นพิษต่อพืช
- หากใส่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ธาตุอาหารสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
- ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องปุ๋ยเคมี หากเลือกซื้อโดยขาดความเข้าใจ เช่น ปุ๋ยสูตรใดเหมาะกับพืชที่ปลูกหรือปุ๋ยสูตรใดเหมาะกับระยะเติบโตของพืช อาจทำให้ซื้อปุ๋ยมาโดยไม่คุ้มค่า

ตัวอย่างการใส่ปุ๋ยเคมี

การใส่ปุ๋ยให้แตงกวา
ในช่วงเตรียมดินปลูก (ใส่รองก้นหลุม) โดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ใช้อัตรา 50 กก./ไร่ ในช่วงระยะต้นกล้า (อายุ  15 วัน) ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 25-7-7 อัตราการใช้อยู่ที่ 50 กก./ไร่  ในระยะดอกบาน(อายุ 25วัน)ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร15-15-15 หรือ 8-24-24 อัตราการใช้ 50 กก./ไร่  และในช่วงระยะบำรุงผล (อายุ 28 วัน) ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 50 กก./ไร่

การใส่ปุ๋ยให้คะน้า
       คะน้าเป็นผักกินใบและลำต้นจึงควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง สัดส่วนของธาตุอาหารในปุ๋ยที่ใช้คือ N:P:K เท่ากับ 2:1:1 เช่น ปุ๋ยสูตร 12-8-8 หรือ 20-11-11 ในอัตราประมาณ 100 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณปุ๋ยคอกที่ใช้ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งๆ ละเท่าๆ กัน คือ ใส่หลังจากการถอนแยกครั้งแรกและหลังจากถอนแยกครั้งที่สอง อย่างไรก็ตามหากสังเกตเห็นว่าผักที่ปลูกไม่ค่อยเจริญเติบโตเท่าที่ควรอาจจะใส่ปุ๋ยบำรุงเพิ่มเติม เช่น ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท โดยให้ทางรากหรือละลายน้ำในอัตราประมาณ 3-4 ช้อนแกงต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นทางใบ

การใส่ปุ๋ยให้กวางตุ้ง
       เนื่องจากผักกาดเขียวกวางตุ้งเป็นผักกินใบและก้านใบ ดังนั้นการใส่ปุ๋ยควรใช้ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) หรือแอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นการเร่งการเจริญเติบโตทางใบและก้านใบให้เร็วขึ้น หรือใช้ปุ๋ยสูตร 20-11-11 หรือสูตรใกล้เคียง ในอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรมีการราดน้ำตามทันที อย่าให้ปุ๋ยตกค้าง

การใส่ปุ๋ยให้ต้นมะนาว
       สำหรับมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ใส่ห่างกันครั้งละ 2-3 อาทิตย์/ครั้ง ในแต่ละครั้งใส่ครั้งละครึ่งกำมือ สำหรับมะนาวแบบลงดินใส่ห่างกันครั้งละ 20วัน โดยใส่แบบกระจายให้ทั่วในระยะทรงพุ่ม
       โดยสูตรปุ๋ยที่ให้ในการบำรุงต้น นั้นก็คือ 21-7-14 สูตรนี้ใช้ได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มปลูกในการบำรุงใบให้ต้นเจริญเติบโต สูตรนี้เหมาะกับผู้ปลูกที่ปลูกขายผล และสูตร 27-6-6 กับ 46-0-0 ใส่สลับทั้ง2สูตรนี้ในแต่ละครั้ง กล่าวก็คือ ใส่ปุ๋ยสูตร 27-6-6 ในครั้งแรก แล้วก็ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ในครั้งที่2 สลับกันไปอย่างนี้เรื่อยๆการใส่ปุ๋ยทั้ง2สุตรนี้ เหมาะกับการปลูกเพื่อเอากิ่งกระโดงไว้ขยายพันธุ์

  

ปุ๋ยเคมี ( 32 รายการ )



รหัสสินค้า A210

ออสโมโค้ท-พลัส

สูตร 12-25-6+1% แมกนีเซียม

 

รหัสสินค้า A202

เกอมาร์ นาโน

 


 

รหัสสินค้า A201

เกอมาร์ เอ็กซ์แอล

เกอมาร์ เอ็กซ์แอล

 

รหัสสินค้า A193

ยูทิไลซ์ แมกซ์

 


 


รหัสสินค้า A196

นูแทค บาลานซ์

สูตร 14-14-11

 

รหัสสินค้า A85

ไดอาต้า

17-0-3

 

รหัสสินค้า A192

นูแทค ซุปเปอร์-เค

สูตร 6-12-26


 

รหัสสินค้า A178

เซอร์วาไจเซอร์ เอ็กเพรส 4-41-27

สูตร 4-41-27

 


รหัสสินค้า A170

ฮอร์ทิไดน์

สูตร 25-5-5

 

รหัสสินค้า A179

เซอร์วาไจเซอร์ เอ็กเพรส 18-18-18

สูตร 18-18-18

 

รหัสสินค้า A174

นูริช

แคลเซียม โบรอน

 

รหัสสินค้า A94

สตาเวีย

MgO 0.08%+Fe 0.07%+Mn 0.02%+Cu 0.03%+Zn 0.02%+B 0.01%+Mo 0.002%

 


รหัสสินค้า A95

อินเตอร์มิกซ์

MgO 1%+S 3.6%+Fe 1.3%+Mn 1.3%+Cu 0.1%+Zn 1.1%+B 0.09%+Mo 0.02%

 

รหัสสินค้า A96

พาซแมก

MgO 7%

 

รหัสสินค้า A91

บิงโกแบล็ค

CaO 10%, B 1%

 

รหัสสินค้า A86

ไดน่าพลัส

สูตร 7-7-7

 


รหัสสินค้า A93

ซิงค์โกลด์

MgO 0.02%+Fe 0.04%+Mn 0.01%+Cu 0.01%+Zn 8.5%

 

รหัสสินค้า A92

บิงโกไวท์

CaO 10%, B 1%

 

รหัสสินค้า A207

โฟแมกซ์ สังกะสี 700

 

 

รหัสสินค้า A208

โฟแมกซ์ แมกนีเซียม 300

 

 


รหัสสินค้า A84

อีเดน

0-25-16

 

รหัสสินค้า A203

โฟแมกซ์

โบรอน150

 

รหัสสินค้า A206

โฟแมกซ์ 600

 

 

รหัสสินค้า A132

โมสาท แม็ก

 

 


รหัสสินค้า A90

อินเตอร์-เอ็มเอ็กซ์

MgO 4% + CaO 2% + S 5%+ Fe 1% + Mn 0.8% + Cu 0.15% + Zn 8% + B 4.5% + Mo 0.14%

 

รหัสสินค้า A119

ฟอสฟิทอล เอ็กซ์ตร้า

สูตร 0-30-18

 

รหัสสินค้า A189

ออสโมโค้ท

สูตร 13-13-13

 

รหัสสินค้า A165

มามีโกร

สูตร 12-9-6

 


รหัสสินค้า A177

เซอร์วาไจเซอร์ ชูการ์

สูตร 4-10-40

 

รหัสสินค้า A168

มามีโกร

สูตร 21-21-21

 

รหัสสินค้า A169

มามีโกร

สูตร 13-0-46

 

รหัสสินค้า A167

มามีโกร

สูตร 6-32-35

 




ไรแดง(1), เพลี้ยแป้ง(10), สาบเสือ(3), แมลงปากดูด(3), หนอนใยผัก(5), เพลี้ยไฟ(15), หนอนชอนใบ(5), เพลี้ยอ่อน(6), แมลงหวี่ขาว(7), เพลี้ยจั๊กจั่น(6), เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล(17), หนอน(2), หนอนกระทู้หอม(3), หนอนเจาะสมอฝ้าย(5), หนอนกอ(2), หนอนม้วนใบ(1), หนอนปลอก(1), ด้วงหมัดผัก(1), เพลี้ยจั๊กจั่นฝ้าย(7), โรคผลเน่าในชมพู่(1), โรคราน้ำค้าง(9), โรคกาบแห้งในข้าว(1), เชื้อรา(6), โรคไหม้(7), โรคใบจุด(10), โรคแอนแทรคโนส(10), โรคปื้นเหลืองในกล้วยไม้(2), โรคใบจุดในผักตระกูลกะหล่ำ(2), โรคใบจุดสีม่วง(5), โรคราแป้ง(2), โรคใบจุดดำ(3), โรคใบจุดสีน้ำตาล(5), โรคใบขีดสีน้ำตาล(2), โรคกาบใบแห้ง(3), โรคเมล็ดด่าง(7), เชื้อราไฟทอบธอรา(1), เชื้อราพิเทียม(1), โรคราสนิม(5), โรคเน่าคอดิน(2), หนอนกระทู้หลอดหอม(1), หนอนกระทู้(5), ขาเขียด(2), เทียนนา(5), กกขนาก(5), กกทราย(6), หนวดปลาดุก(5), วัชพืชใบกว้าง(12), วัชพืชใบแคบ(16), หญ้าข้าวนก(10), หญ้าดอกขาว(16), หญ้ากระดูกไก่(7), กก(8), ผักปอดนา(8), แห้วหมู(7), หญ้านกสีชมพู(13), หญ้าปากควาย(13), หญ้าตีนนก(12), หญ้าตีนติด(11), หญ้าตีนกา(10), ผักเบี้ยหิน(11), ผักโขม(12), ผักโขมหนาม(4), สาบแร้งสาบกา(1), หญ้าแดง(1), หญ้าคา(2), ไมยราบยักษ์(2), หญ้าขน(1), หญ้าชันอากาศ(2), สารบำรุงพืช(3), เร่งออกดอกนอกฤดู(2), เร่งการเจริญเติบโตของพืช(2), ช่วยการเจริญเติบโตของดอกและผล(3), ช่วยส่งเสริมให้พืชติดดอกออกผลดี(8), ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช ด้านลำต้น และใบ(6), ช่วยในการผสมเกสร(1), ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช(5), เพลี้ยไฟข้าว(3), แมลงหวี่ขาวยาสูบ(5), เพลี้ยอ่อนลูกท้อ(2), ผักเบี้ยใหญ่(3), น้ำนมราชสีห์(5), กะเม็ง(5), ลูกใต้ใบ(3), โรคเกสรดำ(2), หญ้ายาง(6), ปอวัชพืช(3), โคกกระสุน(3), ตีนตุ้กแก(5), ผักปลาบ(2), หญ้าแพรก(3), หญ้าชันกาด(1), หญ้ารังแก(1), เซ่งใบมน(1), โรคเน่าดำ(3), ขาดธาตุสังกะสี(1), อาการไส้กลวง(2), โรคใบปื้นเหลือง(2), โรคใบขี้กลากในกล้วยไม้(1), หนอนเจาะฝักลายจุด(2), หนอนหัวดำมะพร้าว(2), อาการใบแก้วในส้ม(1), ไรแดงแอฟริกา(1), โรคแคงเกอร์(2), โรคต้นเน่า(1), โรคใบไหม้(4), หนอนห่อใบข้าว(2), หนอนกออ้อย(3), หนอนเจาะผล(2), เพลี้ยไฟพริก(1), แอนแทรคโนส(3), หญ้าพะดอเงียว(2), ผักเสี้ยนผี(3), ถั่วผี(2), โทงเทง(2), หญ้าโขย่ง(2), เพิ่มผลผลิตอละคุณภาพของดอก(1), หญ้าหางนกยูง(1), กระดุมใบเล็ก(2), ผักโขมหิน(2), หอยเชอรี่(2), โรคปลายยอดไหม้(1), โรคใบพุพอง(1), ปาล์มวัชพืช(1), หญ้าขจรจบดอกเหลือง(1), หญ้าไข่เหาหลวง(1), สาบม่วง(5), สอึก(1), ช่วยลดความเป็นด่างของผิวหน้าใบ(1), ช่วยกระตุ้นการแตกตา(3), หญ้ารังนก(2), ครอบจักรวาล(1), ถั่วลิสงนา(1), ขยุ้มตีนหมา(1), หญ้าละออง(1), แมลงสาบ(1), มด(1), ตัวสามง่าม(1), แมลงคลาน(1), หญ้ามาเลเซีย(1), หญ้าเห็บ(1), หญ้าขจรจบดอกใหญ่(1), กระดุมใบใหญ่(1), ไมยราบ(2), ผักคราดหัวแหวน(1), ผักเสี้ยนขน(1), กกดอกเขียว(1), กกตุ้มหู(1), หญ้าดอกขาวไร่(1), ตำแยแมว(1), หญ้าหางนกยูงใหญ่(2), โรคใบแก้ว(1), ช่วยเสริมสร้างคลอโรฟิลล์(1), ควบคุมการออกดอกนอกฤดู(1), โรคเหี่ยวจากเชื้อรา(1), โรคเถาแตกยางไหล(1), โรคยางไหล(1), โรคเหี่ยวที่เกิิดจากเชื้อแบคทีเรีย(1), โรครากบวม(1), โรครากเน่า(4), โรคลำต้นไหม้(2), โรคกิ่งไหม้(1), โรคเหี่ยว(1), โรคตายพราย(1), ส่งเสริมการออกดอก(1), เพิ่มจำนวนช่อดอก(1), ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากพืช(1), กระดุมใบ(1), เปล้าทุ่ง(1), หญ้าหวาย(1), กระเม็ง(1), โรคดอกจุดสนิม(1), หญ้าขจรจบดอกเล็ก(1), กระตุ้นการออกดอกและเสริมสร้างคุณภาพเนื้อผล(1), กระตุ้นการแตกกอ (1), กระตุ้นการเจริญเติบโต(1), กระตุ้นการออกดอก(1), ช่วยให้พืชทนแล้ง(1), หนามกระสุน(1), หญ้าเขมร(1), ผักยาง(1), โสนหางไก่(1), หนอนด้วงอ้อย(2), ด้วงหนวดยาว(1), ด้วงเต่าแตง(1), แมลงดำหนามมะพร้าว(2), ด้วงเต่ามะเขือ(1), ตัวอ่อนด้วงเต่าแตง(1), โรครากเน่าโคนเน่า(2), โรครากเน่าคอดิน(1)